SEO รูปภาพ ทำยังไงให้รูปติด Google ทีละขั้น (อัปเดต 2026)

เคยค้นรูปใน Google แล้วสงสัยไหม ทำไมรูปของเว็บอื่นขึ้นมาเต็มจอ แต่รูปสวยๆ ในเว็บเราหายไปไหนหมด

SEO รูปภาพ คือ การจัดรูปบนหน้าเว็บให้ Google หาเจอ อ่านออกว่าเป็นรูปอะไร และโหลดได้เร็ว รูปจึงมีโอกาสโผล่ใน Google รูปภาพ รูปข้างผลค้นหา และ Discover

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน

  • ใส่รูปด้วยแท็ก img ที่มี src เพราะ Google ไม่จัดทำดัชนีรูปพื้นหลังจาก CSS
  • ตั้งชื่อไฟล์สั้นแต่สื่อความหมาย และเขียน alt text บอกว่ารูปคืออะไรจริงๆ
  • Google รองรับรูป BMP, GIF, JPEG, PNG, WebP, SVG และ AVIF
  • ใช้ lazy loading กับรูปด้านล่างได้ แต่อย่าใช้กับรูปที่เห็นทันทีตอนเปิดหน้า
  • เลือกรูปหลักของหน้าด้วย og:image หรือ structured data และใช้รูปใหญ่ถ้าอยากขึ้น Discover

SEO รูปภาพ คืออะไร รูปไปโผล่ตรงไหนบ้าง?

SEO รูปภาพ คือ การทำให้ Google เข้าใจรูปบนเว็บเรา รูปจึงขึ้นได้ทั้งใน Google รูปภาพ รูปข้างผลค้นหาแบบข้อความ และ Discover โดยใช้คำแนะนำชุดเดียวกัน

ลองนึกถึงร้านขนมที่วางขนมไว้หลังร้านแบบไม่มีป้ายชื่อ ต่อให้อร่อยแค่ไหน คนเดินผ่านก็ไม่รู้ว่าขายอะไร

รูปบนเว็บก็เหมือนกัน Google มองเห็นไฟล์ แต่ต้องอาศัยชื่อไฟล์ ข้อความรอบรูป และ alt text ช่วยบอกว่ารูปนี้คือขนมอะไร

คู่มือ Image SEO ของ Google บอกว่า ช่องทางรูปพวกนี้หน้าตาต่างกัน แต่คำแนะนำให้รูปขึ้นนั้นเหมือนกันหมด ทำทีเดียวได้หลายที่เลย

อีกทางหนึ่งคือ Google Lens หรือการค้นด้วยรูป เช่น ถ่ายรูปต้นไม้แล้วให้ Google ช่วยหาว่าเป็นต้นอะไร

หน้าช่วยเหลือของ Google บอกว่าผลการค้นด้วยรูปอาจรวมเว็บที่มีรูปเดียวกันหรือรูปคล้ายกันด้วย

สิ่งที่ Google ใช้ทำความเข้าใจรูป 1 รูปบนหน้าเว็บ ได้แก่ แท็ก img ที่มี src ชื่อไฟล์ alt text ข้อความและคำบรรยายรอบรูป และชนิดกับขนาดไฟล์ ก่อนรูปจะขึ้นใน Google รูปภาพ รูปข้างผลค้นหา และ Discover
Google ดูอะไรบ้างเวลาอ่านรูป 1 รูปบนหน้าเว็บ

ถ้าอยากเห็นภาพรวมของการปรับหน้าเว็บทั้งหน้า ไม่ใช่แค่รูป ลองอ่านเช็กลิสต์ On-Page SEO 10 จุดของเราได้เลย

ทำยังไงให้ Google หารูปบนเว็บเจอ?

ใส่รูปด้วยแท็ก img ที่มี src ชี้ไปที่ไฟล์รูป เพราะ Google หารูปจาก src และไม่จัดทำดัชนีรูปที่ใส่เป็นพื้นหลังด้วย CSS

แท็ก img คือ โค้ดมาตรฐานสำหรับวางรูปในหน้าเว็บ ถ้าใช้ WordPress แล้วใส่รูปผ่านบล็อกรูปภาพ ระบบจะสร้างแท็กนี้ให้เอง

จุดที่พลาดบ่อยคือรูปแบนเนอร์สวยๆ ที่ธีมใส่เป็นพื้นหลังของกล่อง แบบนี้คนเห็นรูป แต่ Google ไม่นับเป็นรูปให้

ถ้าเว็บใช้แท็ก picture หรือ srcset เพื่อส่งรูปหลายขนาด Google แนะนำให้มี img พร้อม src ไว้ด้วยเสมอ เพราะเบราว์เซอร์และบอทบางตัวไม่เข้าใจแท็กพวกนั้น

ส่วนรูปที่โผล่ด้วย JavaScript ทีหลัง Google อาจหาไม่เจอ ตรงนี้ให้ใช้ image sitemap ช่วย

Image sitemap คือ รายชื่อรูปที่เราส่งให้ Google ดู ทำแยกไฟล์ หรือใส่แท็กรูปไว้ใน sitemap เดิมก็ได้ Google บอกว่าดีเท่ากัน

ใน image sitemap แต่ละหน้าเว็บใส่รูปได้สูงสุด 1,000 รูป รูปที่ฝากไว้บนโดเมนอื่นก็ใส่ได้ เช่น CDN หรือบริการฝากไฟล์ที่ช่วยให้รูปโหลดเร็ว

เงื่อนไขคือต้องยืนยันทั้งสองโดเมนใน Search Console ซึ่งเป็นเครื่องมือฟรีของ Google ไว้ดูว่าเว็บเราเป็นยังไงบ้างใน Google

ถ้ายังไม่แน่ใจว่า sitemap ของเว็บอยู่ตรงไหน อ่านเรื่องSitemap บน WordPressก่อนได้ครับ

ตั้งชื่อไฟล์และเขียน Alt Text ยังไงให้ Google เข้าใจรูป?

ตั้งชื่อไฟล์สั้นแต่บอกว่ารูปคืออะไร และเขียน alt text บรรยายรูปตามจริง ใช้คีย์เวิร์ดเท่าที่เข้ากับเนื้อหา เพราะ Google บอกว่า alt text สำคัญที่สุด

เริ่มจากชื่อไฟล์ก่อน Google ยกตัวอย่างว่า my-new-black-kitten.jpg ดีกว่า IMG00023.JPG และควรเลี่ยงชื่อกลางๆ อย่าง image1.jpg หรือ 1.jpg

แต่อย่าคาดหวังเยอะนะ เอกสารของ Google บอกว่าชื่อไฟล์ช่วยให้เดาเรื่องในรูปได้แค่นิดหนึ่งเท่านั้น

ชื่อไฟล์ภาษาไทยใช้ได้ Google แนะนำว่าถ้าทำรูปหลายภาษา ให้แปลชื่อไฟล์ด้วย และทำตามหลักการเข้ารหัส URL

ความเห็นของเราคือ ชื่อภาษาไทยจะกลายเป็น URL ยาวๆ แบบ %e0%b8 เต็มไปหมด เราเลยชอบชื่ออังกฤษสั้นๆ มากกว่า เลือกแบบไหนก็ได้ ขอแค่ทำเหมือนกันทั้งเว็บ

Alt text คือ ข้อความแสดงแทนรูป เหมือนป้ายชื่อใต้ขนมในตู้ คนที่มองไม่เห็นรูปหรือเน็ตช้าจนรูปไม่ขึ้น ก็ยังรู้ว่ารูปนั้นคืออะไร

Google ใช้ alt text คู่กับระบบที่ดูรูปด้วยคอมพิวเตอร์และเนื้อหาในหน้า เพื่อเข้าใจว่ารูปเกี่ยวกับอะไร ถ้ารูปเป็นลิงก์ alt text ยังทำหน้าที่เป็นข้อความลิงก์ด้วย

ลองเดาดูก่อนว่า alt แบบไหนดีที่สุดในตารางนี้ ตัวอย่างเป็นร้านขนมสมมติ ดัดแปลงจากตัวอย่างลูกหมาในคู่มือ Google

แบบ ตัวอย่าง alt text ผล
ไม่ใส่ alt (ว่าง) ไม่ดี Google และคนที่ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอไม่รู้ว่ารูปคืออะไร
ยัดคีย์เวิร์ด บราวนี่ บราวนี่อร่อย บราวนี่ราคาถูก ขนมบราวนี่ ร้านบราวนี่ ไม่ดี คนอ่านรำคาญ และอาจถูกมองว่าเป็นสแปม
สั้นเกิน บราวนี่ ดีขึ้น แต่ยังไม่บอกว่ารูปต่างจากรูปอื่นยังไง
ดีที่สุด บราวนี่หน้าฟัดจ์ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมวางบนจานไม้ ดี บอกสิ่งที่เห็นในรูปจริง และเข้ากับเนื้อหาหน้า

การยัดคีย์เวิร์ดแบบแถวที่สองเป็นเรื่องเดียวกับที่เราเล่าไว้ในบทความ Keyword Density ใส่คำเดิมซ้ำๆ ไม่ได้ช่วย แถมเสี่ยงด้วย

ภาพหน้าจอจริงจากหน้าแนวทางปฏิบัติแนะนำสำหรับ SEO ของรูปภาพของ Google ฉบับภาษาไทย ตัวอย่าง alt text แบบใช้คีย์เวิร์ดในทางที่ผิดซึ่งไม่ดี แบบดีกว่า และแบบดีที่สุดที่บรรยายว่าเป็นลูกสุนัขพันธุ์ดัลเมเชียน
ภาพหน้าจอจริงจากคู่มือ Image SEO ของ Google ตัวอย่าง alt text ที่ไม่ดีและดีที่สุด

อีกเรื่องที่ช่วยได้คือวางรูปไว้ใกล้ข้อความที่พูดถึงรูปนั้น Google ดึงข้อมูลจากเนื้อหาในหน้า รวมถึงคำบรรยายใต้รูปด้วย

หัวใจของข้อความแสดงแทนรูป คือบรรยายสิ่งที่เห็นในรูปให้ตรง เขียนสั้นๆ แต่ชัดก็พอแล้ว

รูปไฟล์แบบไหนดี WebP กับ AVIF ใช้ได้ไหม?

ใช้ได้ทั้งคู่ Google Search รองรับรูปแบบไฟล์ BMP, GIF, JPEG, PNG, WebP, SVG และ AVIF ตามคู่มือ Image SEO ของ Google ฉบับอัปเดตมีนาคม 2026

Google แนะนำเพิ่มอีกข้อ คือนามสกุลไฟล์ควรตรงกับชนิดไฟล์จริง เช่น ไฟล์ WebP ก็ควรลงท้ายด้วย .webp ไม่ใช่เปลี่ยนชื่อเป็น .jpg เฉยๆ

ทีมพัฒนา WordPress เขียนไว้ในประกาศ WordPress 6.5 เมื่อปี 2024 ว่า AVIF อาจเล็กกว่า JPEG ได้ถึง 50% ที่คุณภาพเท่ากัน แต่ผลจริงขึ้นกับรูปแต่ละรูป ลองแปลงแล้วเทียบขนาดไฟล์เองดีที่สุด

คนใช้ WordPress อัปโหลด AVIF ได้ตั้งแต่ WordPress 6.5 ถ้าเซิร์ฟเวอร์รองรับ เช็กได้ในเมนู Tools ต่อด้วย Site Health แท็บ Info หัวข้อ Media Handling

ภาพหน้าจอจริงจากคู่มือ SEO ของรูปภาพของ Google ฉบับภาษาไทย หัวข้อใช้รูปแบบรูปภาพที่รองรับ ระบุว่า Google Search รองรับไฟล์ BMP, GIF, JPEG, PNG, WebP, SVG และ AVIF
ภาพหน้าจอจริง รายชื่อชนิดไฟล์รูปที่ Google Search รองรับ

ถ้าอยากเปลี่ยนไปใช้ไฟล์ใหม่แต่กลัวเบราว์เซอร์เก่าเปิดไม่ได้ ใช้แท็ก picture ใส่ WebP หรือ AVIF ไว้ก่อน แล้วมี img ที่เป็น JPEG หรือ PNG เป็นตัวสำรองก็ได้

รูปทำเว็บช้าไหม Lazy Loading ควรใช้ตรงไหน?

รูปมักเป็นส่วนที่ทำให้หน้าเว็บหนักที่สุด จึงควรย่อขนาดไฟล์ให้พอดี และใช้ lazy loading กับรูปที่อยู่ลึกลงไปในหน้า แต่ห้ามใช้กับรูปที่เห็นทันทีตอนเปิดหน้า

คู่มือ Image SEO ของ Google บอกตรงๆ ว่ารูปมักเป็นตัวการใหญ่ที่สุดที่ทำให้หน้าเว็บหนัก หน้าจึงโหลดช้าและเปลืองเน็ตคนอ่าน

แต่ก็อย่าบีบจนรูปเบลอนะ Google บอกว่ารูปคมชัดดึงดูดคนมากกว่า และดูดีกว่าตอนเป็นรูปเล็กในผลค้นหา ต้องหาจุดพอดีระหว่างคมกับเบา

ใส่ width และ height ให้รูปทุกรูปด้วย เบราว์เซอร์จะได้รู้ว่าต้องเว้นที่ไว้ให้รูปเท่าไร หน้าเว็บจะไม่กระตุกตอนรูปโหลดเสร็จ

บทความใน web.dev (เว็บความรู้ที่ทีม Chrome ของ Google เขียน) บอกว่ารูปที่ไม่มีขนาดเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของหน้าเว็บกระตุก

Lazy loading คือ การรอโหลดรูปจนกว่าคนจะเลื่อนลงมาใกล้รูปนั้น เหมือนแม่ค้าไม่ยกขนมทุกถาดออกมาวางพร้อมกัน ยกเฉพาะถาดที่ลูกค้ากำลังจะเดินมาถึง

เอกสารเรื่อง lazy loading ของ Google Search Central เตือนว่า ถ้าทำไม่ถูก รูปอาจหายไปจากสายตา Google ได้

วิธีที่ใช้ต้องดูว่ารูปเข้ามาในจอแล้วหรือยัง ไม่ใช่รอจังหวะที่คนกดปุ่มหรือเลื่อนจอ เพราะ Google ไม่คลิกและไม่เลื่อนหน้าเว็บ

วิธีง่ายสุดคือใส่ loading=”lazy” ในแท็ก img ให้เบราว์เซอร์จัดการเอง ทั้งเอกสาร lazy loading ของ Google และบทความเรื่อง lazy loading ใน web.devบอกเหมือนกันว่าอย่าใช้กับรูปที่อยู่บนจอแรก

แผนภาพหน้าเว็บแบ่งเป็นจอแรกกับส่วนที่ต้องเลื่อนลง รูปบนจอแรกให้โหลดทันทีโดยไม่ใส่ loading lazy ส่วนรูปที่อยู่ลึกลงไปใส่ loading lazy ได้ และใส่ width กับ height ให้ทุกรูป
ใช้ lazy loading กับรูปที่อยู่ลึกลงไป ไม่ใช่รูปบนจอแรก

เคยเห็นเว็บที่รูปปกขึ้นช้ากว่าตัวหนังสือเป็นวินาทีไหม สาเหตุหนึ่งที่เจอได้คือการใส่ lazy ให้รูปปกนี่แหละ ใจร้อนอยากให้เร็ว เลยช้ากว่าเดิม T_T

ความเร็วของรูปยังผูกกับค่าวัดประสบการณ์หน้าเว็บของ Google ด้วย ซึ่งมีค่า LCP วัดว่าเนื้อหาหลักโหลดเสร็จเร็วแค่ไหน ลองวัดหน้าเว็บด้วย PageSpeed Insights ตามที่ Google แนะนำได้

Structured Data และ og:image ช่วย SEO รูปภาพยังไง?

og:image และ structured data ช่วยบอก Google ว่ารูปไหนคือรูปหลักของหน้า ส่วน structured data แบบข้อมูลเมตารูปช่วยให้ Google รูปภาพแสดงผู้สร้างและสัญญาอนุญาตได้

Structured data คือ โค้ดที่บอกข้อมูลของหน้าให้ Google แบบเป็นช่องๆ เหมือนกรอกใบสมัครที่มีช่องชื่อ ช่องรูป ช่องวันที่

Google เลือกรูปตัวอย่างของหน้าแบบอัตโนมัติทั้งหมด แต่เราช่วยชี้ได้ 3 ทาง คือ primaryImageOfPage, ใส่ image ให้เนื้อหาหลักของหน้า หรือแท็ก og:image

og:image คือ แท็กที่บอกว่ารูปไหนเป็นรูปหน้าปกของหน้า ถ้าใช้ปลั๊กอิน SEO บน WordPress ลองเปิดดูโค้ดหน้าเว็บว่าแท็กนี้ชี้ไปที่รูปเด่นของโพสต์หรือเปล่า

รูปที่ชี้ไว้ควรตรงกับเนื้อหา ไม่ใช่โลโก้เว็บ ไม่ใช่รูปที่มีตัวหนังสือเต็ม ไม่แคบหรือกว้างผิดปกติ และควรเป็นรูปความละเอียดสูง

Discover คือ ฟีดเนื้อหาตามความสนใจของคนใน Google ถ้าอยากขึ้นตรงนี้ยิ่งต้องใส่ใจรูปใหญ่

เอกสาร Discover ของ Google แนะนำรูปกว้างอย่างน้อย 1200px มีพิกเซลรวมเกิน 300,000 สัดส่วน 16×9 และเปิด max-image-preview:large ซึ่งเป็นค่าที่อนุญาตให้ Google โชว์รูปขนาดใหญ่

ส่วนคนที่ขายหรือให้ใช้รูปของตัวเอง ใส่ข้อมูลเมตารูปได้ ต้องมี contentUrl และอย่างน้อย 1 อย่างจาก creator, creditText, copyrightNotice หรือ license

ทำแล้วรูปมีสิทธิ์ได้ป้าย Licensable ใน Google รูปภาพ ใส่ได้ทั้งแบบ structured data ในหน้า หรือแบบ IPTC ที่ฝังในไฟล์รูป

ถ้าข้อมูลสองแบบขัดกัน Google จะใช้ข้อมูลจาก structured data

บทความเดิมปี 2019 แนะนำอะไร ตอนนี้ยังใช้ได้ไหม?

บทความนี้ฉบับปี 2019 แนะนำ 4 เรื่อง ตั้งชื่อไฟล์ กรอกคีย์เวิร์ดในหน้า Properties ของไฟล์ ใส่ alt หรือคำบรรยาย และลดขนาดรูป ส่วนใหญ่ยังใช้ได้ แต่ต้องปรับวิธีคิด

ตอนนั้นเราเขียนแบบรวบรัดมาก และตั้งชื่อบทความไว้ว่า ขนาดคนบนสวรรค์ยังหาเจอ ฟังดูมั่นใจเกินไปหน่อย 555 ปี 2026 เลยขอเขียนใหม่ให้ละเอียดและตรงกับเอกสาร Google

คำแนะนำเดิมปี 2019 ปี 2026 ควรทำยังไง
ตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความหมาย เช่น แมวสีส้ม.PNG ยังใช้ได้ ตั้งชื่อสั้นและสื่อความหมาย แต่ Google บอกว่าชื่อไฟล์เป็นแค่เบาะแสเล็กๆ
คลิกขวาไฟล์ เข้า Properties แท็บ Details แล้วกรอกคีย์เวิร์ด เอกสาร Image SEO ไม่ได้พูดถึงช่องนี้ ข้อมูลเมตาที่ Google ระบุไว้คือ IPTC สำหรับผู้สร้างและสัญญาอนุญาต ไม่ใช่ช่องใส่คีย์เวิร์ด
ใส่ Caption หรือ Alt ให้รูป ยังใช้ได้ และ Google บอกว่า alt text เป็นข้อมูลเสริมที่สำคัญที่สุดของรูป
ลดขนาดรูปให้เว็บโหลดเร็ว ยังใช้ได้ เพิ่ม WebP หรือ AVIF, ใส่ width และ height และใช้ lazy loading ให้ถูกที่

เรื่องที่ฉบับนี้เพิ่มเข้ามา คือรูปหลักของหน้า og:image การขึ้น Discover และการค้นด้วยรูปผ่าน Google Lens ซึ่งตอนปี 2019 เรายังไม่ได้เขียนถึงเลย

ทำ SEO รูปภาพทีละขั้น เริ่มยังไงดี?

เริ่มจากหน้าที่สำคัญที่สุดก่อน แล้วไล่เช็กทีละรูปตามลำดับนี้ ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องมีเครื่องมือเสียเงิน

  1. เลือกรูปที่ช่วยอธิบายเนื้อหาจริง และวางไว้ใกล้ย่อหน้าที่พูดถึงรูปนั้น
  2. ย่อรูปให้กว้างพอดีกับหน้าเว็บ แล้วแปลงเป็น WebP หรือ AVIF ถ้าไฟล์เล็กลงโดยรูปยังคมอยู่
  3. ตั้งชื่อไฟล์สั้นๆ ที่บอกว่ารูปคืออะไร เช่น fudge-brownie.webp
  4. ใส่รูปด้วยบล็อกรูปภาพหรือแท็ก img ไม่ใส่รูปสำคัญเป็นพื้นหลัง CSS
  5. เขียน alt text บรรยายสิ่งที่เห็นในรูป 1 ประโยค ไม่ยัดคีย์เวิร์ด
  6. เช็กว่ารูปมี width และ height และรูปบนจอแรกไม่ได้ใส่ loading=”lazy”
  7. เลือกรูปใหญ่ที่ตรงกับเนื้อหาเป็นรูปหลักของหน้า แล้วเช็กว่า og:image ชี้ไปที่รูปนั้น
  8. ถ้ามีรูปที่โหลดด้วย JavaScript ให้ใส่ไว้ใน image sitemap แล้ววัดความเร็วหน้าด้วย PageSpeed Insights

ลองทำกับบทความเดียวก่อน แล้วค่อยขยายไปหน้าอื่น ถ้าอยากเห็นเรื่องอื่นของการปรับหน้าเว็บ ดูรวมไว้ที่หมวด On-Page SEO ค่อยๆ ทำไปนะ ^_^

คำถามที่พบบ่อย

ตั้งชื่อไฟล์รูปเป็นภาษาไทยได้ไหม?

ได้ Google แนะนำว่าถ้าทำรูปเป็นภาษาท้องถิ่น ให้แปลชื่อไฟล์ด้วยและทำตามหลักการเข้ารหัส URL แค่ระวังว่าชื่อไทยจะกลายเป็น URL ยาว จึงควรตั้งให้สั้น

Alt text ควรยาวกี่ตัวอักษร?

Google ไม่ได้กำหนดจำนวนตัวอักษรของ alt text ไว้ ให้บรรยายสิ่งที่เห็นในรูปให้ครบและเข้ากับเนื้อหาหน้า ส่วนใหญ่ 1 ประโยคสั้นๆ ก็พอ และไม่ควรใส่คีย์เวิร์ดซ้ำหลายรอบ

รูปที่ใส่เป็นพื้นหลังด้วย CSS ติด Google ไหม?

ไม่ติด คู่มือ Image SEO ของ Google บอกว่า Google ไม่จัดทำดัชนีรูปจาก CSS รูปที่อยากให้ขึ้นใน Google ต้องใส่ด้วยแท็ก img ที่มี src

ต้องทำ image sitemap ทุกเว็บไหม?

ไม่จำเป็นทุกเว็บ image sitemap ช่วยบอก Google ถึงรูปที่อาจหาไม่เจอ เช่น รูปที่โหลดด้วย JavaScript จะทำแยกไฟล์หรือใส่ใน sitemap เดิมก็ได้

ทำไมรูปของเว็บไม่ขึ้นใน Google Discover?

Google บอกว่ามีสิทธิ์ขึ้น Discover ไม่ได้แปลว่าจะได้ขึ้นเสมอ แต่แนะนำให้ใช้รูปตรงเนื้อหา กว้างอย่างน้อย 1200px สัดส่วน 16×9 เปิด max-image-preview:large และไม่ใช้โลโก้เป็นรูปหลัก

แหล่งอ้างอิง

ทีมงาน Rungwat SEO

เขียนโดย

ทีมงาน Rungwat SEO

เราเขียนเรื่อง SEO, AEO และ GEO ให้อ่านง่ายแบบเพื่อนเล่าให้ฟัง ทุกบทความเช็กข้อมูลกับเอกสารทางการของ Google และแหล่งต้นทาง ก่อนลงเว็บ และกลับมาอัปเดตเมื่อข้อมูลเปลี่ยน

รู้จักเราเพิ่มเติม