Keyword Difficulty คืออะไร คะแนนความยากคีย์เวิร์ด

เห็นตัวเลข KD ในเครื่องมือ SEO แล้วไม่แน่ใจว่าควรเชื่อแค่ไหน มาดูกันครับ

Keyword Difficulty คือ คะแนนที่เครื่องมือ SEO ประเมินว่าคีย์เวิร์ดหนึ่งจะติด 10 อันดับแรกบน Google ยากแค่ไหน มักให้คะแนน 0 ถึง 100 ยิ่งสูงยิ่งยาก คะแนนนี้เป็นค่าประมาณของแต่ละเครื่องมือ ไม่ใช่ตัวเลขจาก Google

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน

  • Keyword Difficulty หรือ KD คือคะแนนความยากในการติด 10 อันดับแรก
  • KD เป็นค่าประมาณจากเครื่องมือ SEO ไม่ใช่ค่าที่ Google ให้มา
  • แต่ละเครื่องมือคิด KD คนละสูตร คำเดียวกันจึงได้คะแนนไม่เท่ากัน
  • ช่อง Competition ใน Google Keyword Planner วัดการแข่งขันของโฆษณา ไม่ใช่ความยาก SEO
  • ใช้ KD เทียบคำในเครื่องมือเดียวกัน แล้วเปิดดูหน้าค้นหาจริงประกอบ

Keyword Difficulty คืออะไร?

Keyword Difficulty คือคะแนนความยากที่เครื่องมือ SEO คำนวณให้แต่ละคีย์เวิร์ด เพื่อบอกคร่าวๆ ว่าหน้าเว็บของเราจะเบียดขึ้นหน้าแรกของ Google ได้ยากหรือง่าย

คีย์เวิร์ดคือคำที่คนพิมพ์ค้นใน Google ถ้ายังไม่คุ้น อ่านก่อนได้ที่ คีย์เวิร์ดคืออะไร

นึกภาพการสมัครแข่งวิ่งนะ บางรายการมีแต่เด็กในซอย บางรายการมีนักกีฬาทีมชาติ KD ก็เหมือนป้ายบอกว่าสนามนั้นคู่แข่งเก่งแค่ไหน

ไม้บรรทัดคะแนน Keyword Difficulty จาก 0 ถึง 100 ฝั่งซ้ายง่าย ฝั่งขวายาก พร้อมป้ายบอกว่าคะแนนมาจากเครื่องมือ SEO แต่ละเจ้า ไม่ได้มาจาก Google
KD คือคะแนน 0 ถึง 100 ที่เครื่องมือ SEO แต่ละเจ้าคิดเอง ไม่ใช่ตัวเลขจาก Google

แต่ป้ายนี้คนติดคือเจ้าของเครื่องมือ SEO แต่ละเจ้า ไม่ใช่ Google นะ แต่ละเจ้าเลยวัดสนามด้วยไม้บรรทัดของตัวเอง

ทำไม Keyword Difficulty ถึงสำคัญกับ SEO?

Keyword Difficulty ช่วยให้เลือกคีย์เวิร์ดที่มีโอกาสติดอันดับจริง เว็บเล็กหรือเว็บใหม่จะได้ไม่เสียแรงไปแข่งคำที่เว็บใหญ่ยึดหน้าแรกไว้หมดแล้ว

คนทำ SEO มักดู KD คู่กับ Search Volume หรือจำนวนครั้งที่คนค้นคำนั้นต่อเดือน (อ่านต่อที่ Search Volume คืออะไร) คำที่คนค้นเยอะแต่ KD สูงมาก อาจต้องรอนานกว่าจะเห็นผล

ข้อควรระวังคือ KD ต่ำไม่ได้แปลว่าติดแน่ หน้าเว็บยังต้องตอบสิ่งที่คนค้นอยากรู้ให้ตรง ซึ่งเรียกว่า Search intent

แต่ละเครื่องมือคิด Keyword Difficulty ต่างกันยังไง?

แต่ละเครื่องมือคิด Keyword Difficulty คนละสูตร Ahrefs ดูจากจำนวนเว็บที่ลิงก์ไปหาหน้าที่ติด 10 อันดับแรก ส่วน Semrush เอาลิงก์มารวมกับข้อมูลอื่นอีกหลายอย่าง

หน้าอธิบายของ Ahrefs บอกว่า KD ของเขาไม่ได้ดูเนื้อหาในหน้าเลย ดูแค่ referring domains คือจำนวนเว็บที่ลิงก์มาหาหน้านั้น ถ้าอยากเข้าใจเรื่องลิงก์ อ่านต่อที่ Backlink และ Off-Page SEO

ตัวเลข ใครให้ ดูจากอะไร
KD ของ Ahrefs Ahrefs จำนวนเว็บที่ลิงก์ไปหาหน้าที่ติด 10 อันดับแรก
KD% ของ Semrush Semrush จำนวนเว็บที่ลิงก์มา คะแนนความน่าเชื่อถือของโดเมน และลักษณะหน้าผลค้นหา
Competition ใน Keyword Planner Google Ads จำนวนผู้ลงโฆษณาในคำนั้น ไม่เกี่ยวกับอันดับ SEO

แล้วช่อง Competition ใน Google Keyword Planner ล่ะ ใช่ KD ไหม คำตอบคือไม่ใช่ Keyword Planner เป็นเครื่องมือหาคีย์เวิร์ดใน Google Ads ที่ทำมาให้คนวางแผนลงโฆษณา

ช่อง Competition นับว่ามีผู้ลงโฆษณาในคำนั้นมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับคำอื่น แล้วบอกเป็นระดับต่ำ กลาง หรือสูง เหมือนดูว่าหน้าร้านแถวนั้นมีคนแย่งเช่าป้ายโฆษณากี่เจ้า

ผังเทียบ Keyword Difficulty จากเครื่องมือ SEO ที่ประเมินความยากในการติด 10 อันดับแรก กับช่อง Competition ใน Google Keyword Planner ที่นับผู้ลงโฆษณาและบอกเป็นระดับต่ำ กลาง สูง
KD ดูความยากของ SEO ส่วน Competition ใน Keyword Planner ดูการแข่งขันของโฆษณา

ตัวอย่าง Keyword Difficulty ใกล้ตัว

ตัวอย่างสมมติ ร้านกาแฟเล็กๆ ในเชียงใหม่เปิดเครื่องมือ SEO ดูคำว่า “กาแฟ” เจอ KD 80 แต่คำว่า “ร้านกาแฟดริป นิมมาน” ได้ KD 5 (ทั้งสองเป็นตัวเลขสมมติ)

คำแรกกว้างมาก เว็บใหญ่แย่งกันอยู่ คำที่สองเจาะจงกว่า คู่แข่งน้อยกว่า ร้านเล็กเริ่มจากคำแบบที่สองจะมีลุ้นกว่าเยอะ

สมมติต่อว่าเปิดอีกเครื่องมือหนึ่ง คำว่า “กาแฟ” อาจได้ 65 แทน (ตัวเลขสมมติ) ไม่ต้องตกใจนะ เพราะคนละสูตรก็ได้คนละคะแนน 555

เช็กและใช้ Keyword Difficulty ยังไง?

วิธีใช้ Keyword Difficulty ให้คุ้มคือ เทียบคำในเครื่องมือเดียวกัน แล้วเปิดดูหน้าผลค้นหาจริงประกอบทุกครั้ง

  1. ใส่คีย์เวิร์ดที่สนใจลงในเครื่องมือ SEO ที่ใช้อยู่ แล้วดูช่อง KD
  2. อ่านหน้าคำอธิบายของเครื่องมือนั้นว่าคิด KD จากอะไร
  3. เทียบหลายคำในเครื่องมือเดียวกัน ไม่เทียบตัวเลขข้ามเครื่องมือ
  4. ค้นคำนั้นใน Google เอง ดูว่าหน้าที่ติดอันดับเป็นเว็บแบบไหน และตอบคนค้นได้ดีแค่ไหน
  5. เว็บใหม่ให้เริ่มจากคำที่ KD ต่ำและเจาะจงก่อน แล้วค่อยขยับไปคำที่ยากขึ้น

อยากรู้จักศัพท์ตัวอื่นต่อ ดูรวมได้ที่ คำศัพท์ SEO

คำถามที่พบบ่อย

Keyword Difficulty เท่าไรถึงเรียกว่าง่าย?

แต่ละเครื่องมือแบ่งไม่เหมือนกัน เช่น Semrush เรียก KD% 0 ถึง 14 ว่าง่ายมาก และ 85 ถึง 100 ว่ายากมาก จึงควรดูเกณฑ์ของเครื่องมือที่ใช้ แล้วเปิดดูหน้าผลค้นหาจริงประกอบ

Google ใช้ Keyword Difficulty จัดอันดับเว็บไหม?

ไม่ใช้ เพราะ Keyword Difficulty เป็นคะแนนที่เครื่องมือ SEO คำนวณขึ้นเอง ไม่ใช่ค่าของ Google คะแนนสูงหรือต่ำจึงไม่ได้ทำให้อันดับขึ้นลงโดยตรง มันเป็นแค่ตัวช่วยประเมินการแข่งขัน

ทำไมคำเดียวกัน แต่ละเครื่องมือให้ KD ไม่เท่ากัน?

เพราะแต่ละเครื่องมือใช้สูตรและข้อมูลลิงก์ของตัวเอง Ahrefs ดูจำนวนเว็บที่ลิงก์ไปหาหน้าที่ติด 10 อันดับแรก ส่วน Semrush รวมข้อมูลลิงก์ คะแนนโดเมน และลักษณะหน้าผลค้นหาเข้าด้วยกัน

แหล่งอ้างอิง

ทีมงาน Rungwat SEO

เขียนโดย

ทีมงาน Rungwat SEO

เราเขียนเรื่อง SEO, AEO และ GEO ให้อ่านง่ายแบบเพื่อนเล่าให้ฟัง ทุกบทความเช็กข้อมูลกับเอกสารทางการของ Google และแหล่งต้นทาง ก่อนลงเว็บ และกลับมาอัปเดตเมื่อข้อมูลเปลี่ยน

รู้จักเราเพิ่มเติม