โพสบทความยังไง ให้ GOOGLE ชอบ ! 

content SEO

โครงสร้าง Content SEO

ก็วันนี้เหมือนเดิมครับ จะมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับ โพสบทความยังไง ให้ GOOGLE ชอบ !  แบบง่าย ๆ ถ้าหากพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

การปรับ On-page ใน Post – Page ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ

 

บัว : มันสำคัญยังไง มันไม่เหมือนกับการเขียนบทความทั่วๆ ไปหรอ ?

Rungwat : การปรับโครงสร้าง Content ที่ดี จะช่วยทำให้ Google รู้ว่า เว็บไซต์ หรือ เว็บเพจ ของเราเกี่ยวข้องกับอะไร

 

บัว : รู้แล้วยังไงต่อ ?

Rungwat : เมื่อ GOOGLE รู้แล้วว่า ธุรกิจของเราเกี่ยวข้องกับอะไร มันก็จะทำการดึงหน้าเว็บไซต์ หรือ หน้า Content ของเราไป แสดงบน Search Engine นั่นเอง

 

บัว : แล้วกรณีที่ Google ไม่รู้ละ ผลจะเป็นยังไง ?

Rungwat : ในกรณีที่ Google ยังไม่แน่ใจว่า ธุรกิจเราเกี่ยวข้องกับอะไร ก็จะปล่อยเราเอาไว้อันดับท้ายๆ หรือ ไม่ติดอันดับเลย

บัว : แล้วจะมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง ถึงจะทำให้ GOOGLE รู้ได้บ้างว่า บทความเราเกี่ยวข้องกับอะไร ?
Rungwat : งั้นเลื่อนลงมาอ่านกันเลย
.
.
.
.
.
.
.
.
สิ่งที่สำคัญ ของการเขียนบทความ SEO จะมี สองรูปแบบหลักๆ
1.Body
2.User Signal
โครงสร้าง Content

1.Body

ก่อนอื่นเลย เราจะต้องทำให้ 3 ส่วนนี้ มี Keyword ซะก่อน

Title  ต้องมี Keyword

Url ต้องมี Keyword

Meta Description  ต้องมี Keyword และคำที่เกี่ยวข้อง

 

ยกตัวอย่าง Kw ดูดไขมัน

Title 

5 วิธีดูดไขมัน แบบรวดเร็ว อ่านจบง่ายภายใน 5 นาที ฉบับ 2018 < ควรมี Keyword

Url

Url Thai : www.abc.com/ดูดไขมัน

Url Eng www.abc.com/liposuction < แปลว่าดูดไขมัน

สิ่งที่ไม่ควรทำ  www.abc.com/ดูดไขมันต้นแขนต้นขาแบบรวดเร็วทันใจฉบับ-2018 ที่ดีที่สุด

ทำ URL ไทย หรือ ENG ดี ?

ตอบ : ทำแบบไหนก็ได้ผลดีเหมือนกันหมด แต่ต้องสั้น และ กระชับ พร้อมสื่อความหมาย ให้ใกล้เคียง Keyword มากที่สุด

Meta Description 

5 วิธีดูดไขมัน ต้นแขน ต้นขา แบบง่ายๆ หากสาวๆคนไหนกำลังตัดสินใจจะไปทำแต่ไม่มีข้อมูลเลย แนะนำให้อ่าน ขนาดเด็กยังอ่านรู้เรื่อง 2018

ปัจจุบันความยาวของ Description เพิ่มเป็น 320 ตัวอักษร จาก 165 ตัวอักษร

ควรใส่ Keyword และคำที่เกี่ยวข้องลงไป สามารถดูได้จาก keyword planner

 

สรุป : สามส่วนนี้ เป็นตัวแปรสำคัญ ที่ Google จะรู้ว่า เนื้อหาเราเกี่ยวข้องกับอะไร

 

ในกรณีที่ใส่จริง หน้าตาจะเป็นแบบนี้

 

หลังจากนั้น Google ก็จะทำการ ตรวจสอบขั้นตอนต่อไป นั่นคือ

 

  1. เช็คหัวข้อ โพส ของหน้านั้น ๆ ว่าเกี่ยวข้องกับคำว่า ดูดไขมัน ไหม ?

    ตอบ แน่นอนเรารอด เพราะว่าเราใส่แล้ว  5 วิธีการดูดไขมัน ต้นแขน+ต้นขา สลายไขมันให้หายได้ภายในพริบตาผ่านเงื่อนไขแรก”  WordPress จะปรับหัวข้อให้เป็น H1 ให้อัตโนมัติ

นั่นจึงทำให้ Google มองว่า เฮ่ยเว็บนี้ มันน่าจะเกี่ยวกับ ดูดไขมัน แน่ๆ เลย เพราะว่า.. Title URL Description ของเว็บมัน ก็ต่างมีคีย์เวิดด้วยทั้งนั้นเลย แถม!  หัวข้อหลัก H1 มันก็ยัง มีคำว่า ดูดไขมัน อีกด้วย

งั้นเดี๋ยว เราแอบไปดู หัวข้อย่อย อื่นๆ ของมันดีกว่า ว่ามันยังจะเกี่ยวข้องกับ คำว่า ดูดไขมัน หรือไม่ ?

 

ตัวอย่างการทำ-SEO
ตัวอย่างการทำ-SEO


Google :
บ้าไปแล้วววว ขนาด H2 หรือ หัวข้อย่อย ของเว็บนี้ ก็ยังมีคำว่า ดูดไขมัน เลย เดี๋ยวแอบไปดูในส่วนของ เนื้อหา ของมันดีกว่าว่า มันจะเกี่ยวข้องอีกไหม !!

Google : ชัดดด ชัดเลย !!! ย่อหน้า สามบรรทัดแรกของมัน พูดถึงเรื่อง ดูดไขมัน ทั้งหมด แถมมี คำที่เกี่ยวข้องต่างๆ อีกด้วย เว็บนี้ น่าจะเป็นบทความเกี่ยวกับเรื่อง ดูดไขมัน อย่างแน่นอน

.

Google : เลื่อน กิ่ก  !

.

ครื๊ดด  !

.

Google : เห้ยย นี่มัน มหัศจรรย์ ชัดๆ ในเนื้อหา นอกจากจะมี Keyword แล้ว ยังมีรูปภาพที่สื่อความหมายอีกด้วย..

นี่คือหัวข้อ  Image Optimization  เป็นการตั้งชื่อรูปภาพ ให้มี Keyword อยู่ข้างใน

รูปประกอบในการสอน SEO

Google : เฮ่ย เจ๋งวะ มันมี Internal Link (ลิ้งภายใน) เชื่อมโยงไป อ่านบทความเพิ่มเติม ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ดูดไขมัน อีกด้วย

 

Google : เท่านั้นยังไม่พอ มันยังเอา VDO เกี่ยวกับดูดไขมัน มาให้ User ตัดสินใจด้วย

คิดในใจ ! ถ้าหากว่าเรา เอาเว็บนี้ขึ้นไปอยู่อันดับดีๆ คนจะต้อง ได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

Google: แถม ! คำในเว็บไซต์ กำลังพอดี ไม่เยอะ ไม่น้อยจนเกินไป

Keyword Density คือ  < การกระจายตัวของ Keyword ถ้ามีเยอะไปอาจถูกมองว่าเป็น สแปม

การวางคีย์เวิด-ในบทความ
การวางคีย์เวิด-ในบทความ

 

หลังจากนั้น Google ก็จะนำเว็บไซต์เราไปให้ คนจริงๆทดสอบ 

 

2.User Signal

Click Through Rate CTR อัตตราการคลิก

| ดึงดูดผู้คนหรือไม่ คลิกเยอะหรือไม่ ถ้าคลิกเยอะ ก็ถือว่าผ่าน

ในกรณีที่คนคลิกน้อย ก็ทำการเขียนใหม่ให้มันน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

 

TIME On Site  อยู่ในเว็บนานไหม

ถ้า User อยู่นาน ก็จะผ่านเงื่อนไข  |  ในกรณีที่อยู่ไม่นาน Google ก็จะบอกว่า มันแปลกๆ เอาลงมาก่อน

 

Bounce rate อัตราการออกจากหน้านั้น

เข้าไว ออกไว แบบนี้ Google จะมองว่า บทความนี้มีปัญหาอย่างแน่นอน

 

สรุป ตั้งค่าหัวข้อต่างๆ ด้วย Keyword  ทำเนื้อหาให้มันดี ให้มันน่าอ่าน

หรือทำยังไงก็ได้ให้ User ได้ประโยชน์ที่สุด และ รั้งให้อยู่นานที่สุด จบ!

 

และที่สำคัญ อย่าพยามหลอก Google 

ผมหวังว่าบทความนี้คงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ ถ้าหากอ่านไม่รู้เรื่อง ก็ ขอโทษด้วยนะครับ 55

#ผมก็แค่คนโง่คนหนึ่ง ที่อดทนก็เท่านั้นเอง นิวหลังวัด

ขอบคุณรูปจาก www.centrinity.com contentshifu.com