สอนทำ SEO ฟรี เพียงแค่เข้ามาอ่าน ขนาดเด็ก ม.1 ยังเข้าใจ

seo สอน
สอน SEO

สอน SEO ฟรี 

Rungwat : เฮ่ยย หวัดดี วันนี้ผมจะมา สอนทำ SEO ให้ฟรี ๆ อยากอ่านกันไหม ?

พิธีกร (เสียงน้าค่อม) : หลายๆ คนคงสงสัยว่า เฮ่ยย ไอหมอนี่ ?? มันเป็นใครฟระ อยู่ดีๆ ก็จะมา สอนวิธีการทำSEO ให้กับคนอื่นแบบฟรีๆ  ซะงั้น ปกติแล้ว คนทั่วไปจะมาขายคอร์สเรียน SEO กัน …ไม่ใช่หรอ

แต่จู่ๆ ก็ มาสอน SEO ให้ฟรี ๆ  สงสัยต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ

[ ในความคิดของคนทั่วไป ]

User0 : แล้วพวกเราจะมั่นใจได้ยังไงละว่า  ไอสิ่งที่แกนำมา สอน SEO เนี่ย มันสามารถนำไปใช้ได้จริง !!

User1 : ใช่ๆ อยู่ดีๆ ก็จะมา สอน SEO ให้ แบบนี้มีแผนอะไรหรือเปล่าวะ

User2 : เออนั่นดิ  มันเป็นใครก็ไม่รู้ ถ้าเราทำ SEO ตามมัน เว็บอาจจะโดนแบนก็ได้..

User0 User1 User2 : ปะๆ เสียเวลาออกไปหา ” คอร์สเรียน SEO ” จริงๆ จังๆ กันดีกว่า  !

Rungwat : เห่ยย…….! ดะ ด่ะ เดี๊ยวก่อน…

Rungwat : อย่าพึ่งปายย… ใจเย็นๆ กันก่อน นั่งจิบเบียร์ไปด้วย อ่านไปด้วยน่าจะดีกว่านะ…อย่าพึ่งใจร้อน !

User0 User1 User2 : อ่ะๆ ให้ นาทีนึง

Rungwat : ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาติแนะนำตัวก่อนเลยนะว่า จริงๆ แล้วผมก็ไม่ใช่เทพในวงการทำ SEO หรือเป็นคนที่ถูกคนในวงการ SEO ยกย่องแต่อย่างใดหรอก

แต่จริงๆ ก็ไม่ต้องรู้จักผมก็ได้นะ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ค่อยตัดสินใจต่อหลังอ่านบทความผมจบแล้วกันนะครับ

 

และนี่คือ สิ่งที่ผมจะมาแชร์ความรู้ SEO ในวันนี้ 

ย้ำอีกครั้ง ผมไม่ได้มา ขายคอร์สเรียน SEO ใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ และนี่คือ สถิติการทำ SEO ของผม ที่ผ่านมา ผลงานก็ไม่ได้ดีเด่ อะไรมากมาย อย่างน้อยๆ ก็ขอแชร์ไว้เป็นความรู้แล้วกันนะครับ

เผื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนๆหลายคนได้ศึกษา ข้อมูลกัน อันนี้เป็นข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ชื่อว่า ahrefs.com

เรียนรู้การทำ SEO
time line SEO 3 เดือน

ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนเลยนะครับว่า สิ่งที่ผมได้พิมพ์มาทั้งหมด ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ ที่ได้พบจากการทำงาน SEO มาทั้งหมด 4 ปี

ดังนั้นหากความคิดเห็นไม่ตรงกับใครก็กราบขออภัยเอาไว้ล่วงหน้าแล้วกันนะครับ ( อีกอย่างนึง ผมไม่เคย สอน SEO มาก่อนด้วย บทความนี้เป็นครั้งแรก )

งั้น.. ผมขอเกริ่นตั้งแต่พึ่งเริ่มต้นเลยแล้วกันนะครับ เพราะผมไม่รู้ว่า แต่ละท่านมีพื้นฐาน SEO มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นผมขออนุญาติ สอนทำ SEO ตั้งแต่เริ่มแรกเลยแล้วกันนะครับ 

SEO คืออะไร
Search Engine Optimization

SEO คืออะไรทำไมถึงต้องทำ ?

ก็พูดง่ายๆ มันคือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับ Search Engine ของ Google นั่นเองครับ หรือจะพูดแบบภาษาบ้านๆ เลยก็คือ เป็นการปรับเว็บไซต์ให้ถูกเงื่อนไข ที่ Google กำหนดไว้

แต่ปัจจุบัน การปรับเว็บไซต์ให้ Google ชอบฝ่ายเดียวคงไม่พอสำหรับการทำ SEO 2019 แน่ๆ ส่วนตัวผมสิ่งที่ยากที่สุดในการทำ SEO ก็คือ จะปรับเว็บไซต์ ให้ Google และ User ชอบไปพร้อมกัน ทำได้ยังไงกัน ?

แน่นอนครับ คำตอบอยู่ในนี้แล้ว ..โพสบทความยังไงถึงให้ Google User ชอบ

( เนื้อหาผมอิงมาจาก contentshifu.com นะครับ ) กับ ลุงเต่าเขย่าเว็บ

แต่สำหรับคนที่พึ่งเริ่ม ก็ควรอ่านต่อไปเรื่อยๆ ก่อนนะครับ การที่เราจะทำอะไรให้สำเร็จ เราต้องเข้าใจกระบวนการให้ชัดเจนก่อน ไม่งั้นความสำเร็จ คงไกลริบหรี่ อย่างแน่นอน

มันก็คงคล้ายๆ กับฝึกเล่นกีต้าใช่ไหม มีใครบ้างละ ที่ไม่เคยฝึกคอร์ด C D G F ดังนั้นอย่าใจร้อนค่อยๆเรียนรู้ไปทีละสเต็บนะ..

จริง ๆ การ เรียน SEO มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเอาไว้หรอก เชื่อผม..

 

googlebot seo new
ขั้นตอนการทำงานของ Google Bot

กระบวนการทำงานของ Google แบ่งออกเป็น 3 ลำดับ

1.การเก็บข้อมูล (Crawl) 

Google : จะทำการส่งหุ่นยนต์ หรือ ที่คนในวงการ SEO เรียกกันว่า Googlebot ไปรวบรวมข้อมูลตามเว็บไซต์ต่างๆ และนำกลับมารายงานให้ Google ทราบ
( Googlebot ไม่ใช่ตัวจัดอันดับนะ หลายๆคนอาจจะเข้าใจผิด )

2.จัดทำดัชนี (Indexing)

พอ GOOGLE ได้ข้อมูลมาแล้ว หลังจากนั้นก็จะทำการวิเคราะห์ หน้าเพจ หรือ หน้าโพสนั้น ๆ ว่า มันเกี่ยวข้องกับ คีย์เวิดอะไร พอเข้าใจแล้ว ก็จะเอาไปเก็บไว้ในฐานข้อมูลส่วนกลาง

3.ประมวลผลจัดอันดับ (Ranking & Result)

เมื่อมีคนเข้ามาค้นหาข้อมูล ทาง Google ก็จะดึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องหรือ ที่เคยทำดัชนี เอาไว้มาแสดง จะอันดับดี หรือ ไม่ดี ก็ขึ้นอยู่กับ เนื้อหา และ ความน่าเชื่อถือของแต่ละเว็บไซต์ นั่นเอง

สรุปแบบง่ายๆ ก็คือ .. ค้นหา  จัดเก็บ ให้อันดับ

ระบบคำนวนของ Google

GOOGLE BOT จะมีหลักๆ อยู่ 2 ประเภท

1. Freshbot = ลูกกระจ๊อก ทำงานตลอดเวลา บอทตัวนี้ชอบความสดใหม่ เว็บไหนอัพเดทบทความบ่อย ไอเจ้าบอทตัวนี้ ก็เตรียมพร้อม รอถึงหน้าบ้านกันเลยทีเดียว พอได้ข้อมูลเสร็จก็จะไปแจ้งให้ หัวหน้าใหญ่ของ Google ทราบ เพื่อที่จะทำการ จัดทำดัชนี (Indexing) และจัดอันดับ

2. Deepbot = รุ่นใหญ่ ไม่ต้องออกทำงานบ่อย ทำงานเดือนละครั้ง ส่วนมากจะไปตรวจเว็บไซต์ที่ไม่ค่อยอัพเดทเนื้อหา “อาจจะมาฟ้องลูกพี่ใหญ่ว่า ไอนี่มันไม่เอาไหนเลย ยังกับเว็บร้าง” ช่วยทำให้มันกระตือรือร้นหน่อยซิ ลดอันดับแม่งงง เลยลูกพี่ ! ” อันนี้อำเล่นเฉยๆ จริงๆแล้ว  Deepbot  ไม่มีอำนาจใดๆ ในการจัดอันดับนะครับ  ”

ถ้ายังคิดไม่ออกลองกดดู VDO นี้ดู อาจจะเข้าใจในการทำงานได้ง่ายขึ้น 

การทํา seo ด้วยตัวเอง 2018

ผม สอน SEO แบบเบื้องต้น เหมาะสำหรับคนที่กำลังเริ่มศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการทำ SEO หากเขียนแล้วอ่านยาก หรือผิดแนวคิด ก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้าอีกครั้งนะครับ

เลือกประเภทเว็บไซต์เพื่อรองรับการทำ SEO

1.เลือกว่าตัวเองอยากทำเว็บไซต์แบบไหน  ?

  • เว็บสำหรับขายของ ซื้อมาขายไป ( สินค้า 1-5 ชิ้น )
  • เว็บสำหรับ การทำ Content เพื่อกินเงินโฆษณา Google Adsense 
  • เว็บขายของขนาดใหญ่ Woocommerce (สั่งซื้อผ่านตะกร้า สินค้า) Lazada

( เหตุผลที่ผมให้เลือกก่อนเพราะว่า การวางโครงสร้างหรือการทำ SEO On-Page จะมีความแตกต่างกันอยู่นิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเดียววันหลังจะมาอธิบายให้ฟัง )

Research Keyword seo
Research Keyword SEO

2.Keyword Research

ต้องบอกก่อนเลยนะครับว่า การทำ SEO นั้น เป็นกระบวนการ มีวิธีการคิดค่อนข้างที่จะชัดเจนเลย และหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการทำ SEO หรือ การทำการตลาดออนไลน์ก็คือ การทำ Keyword Research  ซึ่งถ้าเรามี การทำ Keyword research ที่ดีแล้ว  จะช่วยทำให้เราลดเวลาการทำงานลงไปได้มากเลยทีเดียวครับ แถมไม่ต้องเสียเวลา

( ไอ้ความคิดที่ว่า ” เฮ่ย ถ้าเป็นผมนะ ผม ค้นหา ด้วย Keyword นี้แน่ๆอะ  ”  < เลิกล้มตอนนี้ยังทัน

Keyword คืออะไร?

  • Keyword คือ คำ หรือ วลี ที่เราต้องการให้เวลาที่มีการค้นหาใน Google นั่นเอง อาทิเช่น แมว แมวสีส้ม

Keyword Research หาจากไหน ?

ข้อดีของการทำ Keyword Research

  • ไม่เสียเวลาทำ SEO กับ Keyword ที่ไม่จำเป็น
  • ไม่เสียเวลากับ Keyword ที่ยากต่อการแข่งขัน

 

3.วางโครงสร้างทำ Web Structure

ผมต้องบอกก่อนเลยนะครับว่า วางโครงสร้างทำ Web Structure ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำ SEO เลยก็ว่าได้ จงจำเอาไว้ว่า โครงสร้างที่ดี มันจะทำให้การทำ SEO ของเรานั้นง่ายขึ้น

เรียงลำดับตามความสำคัญ แยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน มีระบบ ” ทำให้ Google รู้ว่าในหน้านี้เนี่ย คีย์เวิดไหนสำคัญ ( หรือพยามคิดแบบ User ก็ได้ เน้นการใช้งานง่าย )

web structure

ข้อดีของการทำ Web Structure 

  • Web Structure  ในสายตา (Users )  ก็คือ เหมือนไปบ้านคนอื่นอะ ไม่ต้องไปถามเลย ว่าห้องน้ำอยู่ตรงไหน เพราะ มีป้ายบอกทาง ให้รับรู้แบบง่ายๆ  หาอะไรก็เจอ สะดวกสบาย สดใส
  • Web Structure  ในสายตา (GG ) เก็บข้อมูลง่าย เข้าใจในการทำงานของเว็บไซต์ ไหลลื่น !! GOOGLE เกลียดความซับซ้อน ดังนั้นวางแผนดีๆ เอาให้เข้าใจง่ายๆก็พอ จบ!

ขอบคุณ ลุงเต่าขเย่าเว็บ ที่ทำให้กระจ่างเรื่องนี้  เพราะตอนแรกผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่ เรียน SEO กับแกมา รู้สึกเลยว่า ได้ของแปลก ๆ เพียบ ! ) 

หรือถ้าอยาก ได้คนสอน SEO แบบจริงๆ จัง ๆ ผมแนะนำเจ้านี้เลย สอน SEO  ลุงเต่าเขย่าเว็บ

จริง ๆ ก็มีอีกหลายเจ้าเหมือนกัน อันนี้ลองไปหา รีวิวดูแล้วกันนะ ส่วนตัวผมเอง ก็ไม่ได้ มา สอน SEO แบบจริงจังครับ บทความนี้เป็นเพียงแค่พื้นฐานเท่านั้น

จดโดเมนเนม รองรับการทำ seo

4.จด Domain Name

Domain Name จะจดเป็นชื่อ ภาษา ENG หรือ จะเป็น ภาษาไทย ก็ได้ ส่วนตัวคิดว่ามีผลน้อยเอามาก ๆ

ข้อแนะนำ : จดให้ชื่อจำได้ง่ายๆ ก็พอ

seo on-page
seo on-page

5.การปรับแต่งเว็บไซต์ ( On page )

ก็เหมือนกับที่ทุกคนเคยเรียนรู้มานั่นแหละครับ วิธีการปรับ On-page ของผมก็คงจะคล้ายๆกับคนอื่นนั่นละ

Title URL Description H1 H2 Keyword บลา ๆ

อันนี้ก็แล้วแต่คู่แข่งด้วยเหมือนกันครับ ในกรณีที่ คู่แข่งค่อนข้างที่จะโหดหน่อย ผมก็มักจะค่อยๆเพิ่ม Keyword Density ( 2-5%) ให้มีความหนาแน่น ประมาณหนึ่ง โดยวิธีการทำคือ การกระจายตัวทั่วหน้าเว็บไซต์

พูดแบบง่ายๆเลย มันก็คือการปรับแต่งเว็บไซต์ ให้ถูกใจ Google และ Users ของเรานั่นเองครับ โดยการปรับแต่ง On-page ที่ดีจะต้อง อิงถึงความสะดวกของผู้ใช้เป็นหลัก เช่น เว็บไซต์ รองรับมือถือ ใช้งานรวดเร็ว มีเนื้อหาที่มีประโยชน์ มีการแทรก Keyword อย่างเหมาะสม  รวมถึงการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ การทำ On-Page #SEO แบบง่าย ๆ อ่านจบได้ภายใน 5 นาที

Plugin สำหรับการทำ SEO WordPress

1.All-in-One WP Migration
=
เอาไว้ Backup เว็บไซต์

2.Insert Headers and Footers

= เอาไว้ใส่ code analytic master tools

3.TinyMCE Advanced

= เพิ่มหัวข้อในบทความ h1 h2 h3

4.Yoast SEO

= ช่วยปรับเว็บให้เข้ากับ Google

5.SEO SQUIRRLY™

= คล้ายYoast SEO แต่มีฟังส์ชั่นที่เหนือกว่า  ( ข้อมูลจาก สอน SEO และ WordPress in Thailand )

off page
off page

6.การโปรโมทเว็บไซต์ ( Off page )

อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าจะพูดแบบง่ายๆเลยก็คือ Off page คือกว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ นอกเว็บไซต์นั่นเองครับ แต่ในภาษา SEO เขาจะเรียกว่า Backlink กัน หน้าที่ของ ออฟเพจ ก็คือ เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของเรานั่นเอง รวมไปถึงการดึงคนเข้ามาชมภายในเว็บไซต์ของเรา

การทำ Backlink มีกี่รูปแบบ ?

ถ้าจะพูดแบบง่าย ๆ ก็คงจะมี ประมาณ 3 ประเภทหลัก ๆ

1. Domain Link คือ การที่เราสร้างลิงค์ด้วย Domain Name ของเว็บไซต์ หรือ URL ของเว็บไซต์

ยกตัวอย่าง 

www.น้ำจิ้มซีฟู๊ดแสนอร่อย.com

2.Anchor Text Link คือ การสร้างลิงค์ด้วย Keyword หรือ ข้อความ ประโยคใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดหลักของเว็บไซต์ของเรานั่นเองครับ เช่น ผมสร้าง Anchor Text Link ด้วยคำว่า “น้ำจิ้มซีฟู้ด” เป็นต้น

3. Image Link คือ การสร้างลิงค์ด้วยรูปภาพ ซึ่ง มีความสำคัญกับการทำ SEO ด้วยเช่นกัน เพราะการที่เว็บมี Image Link ในสัดส่วนที่เหมาะสม ทำให้ Google มองว่าเว็บของเรามีคุณภาพ มีการสร้างลิงค์ที่หลากหลาย แนะนำว่า ควรสร้าง Image Link ประมาณ 5 – 10 % ของลิงค์รูปแบบอื่นๆ ทั้งหมด อีกทั้งช่วยสร้างความน่าสนใจ ให้ User ทำการ Click เข้าอ่านเว็บหลักอีกด้วย เป็นการช่วยเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บที่ดีมากๆ

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่  Off-page SEO คืออะไร ? แล้วมีผลอย่างไรกับการทำ SEO | rungwat

ถ้าหากคิดจะเรียนการทำ SEO ด้วยตัวเองอยู่ละก็บทความนี้คงจะเหมาะกับคุณอย่างแน่นอน เรียน SEO สอน SEO ให้ฟรี ๆ โดย นิวหลังวัด

สุดท้ายละ ถ้าหากว่าอ่านแล้วได้ความรู้ ก็อย่าลืมโหวตคะแนนกันด้วยนะ จะได้นำไปปรับปรุงเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณมากครับ

TAG : สอน SEO สอนทำ SEO เรียน SEO ฟรี เรียนการทำ SEO ด้วยตัวเอง

[Total: 28    Average: 4.3/5]