คำถามที่พบบ่อยสำหรับนักทำ SEO มือใหม่

น่าจะเป็นคำถามที่ถูกถามบ่อย ผมก็เลยจับมันมาใส่บทความนี้ซะเลย..

หวังว่าบทความนี้จะทำให้คลายสงสัยได้นะ ครับ

( ส่วนใครที่คิดว่าข้าแน่ ข้าเจ๋ง ไม่ต้องมาอ่านครับ )

อยากทำ SEO แต่ไม่รู้จะเริ่มทำจากตรงไหนดี ?

เริ่มจากการ อ่านหนังสือ SEO หรือ หาความรู้เพิ่มเติมใน Google หาคอร์สเรียนเสริม ( ถ้าจะจริงจัง )

พอได้ข้อมูลมาเบื้องต้นแล้ว ก็ ทดลองทำ แล้ววัดผล และที่สำคัญ เรียนรู้ html เบื้องต้นเอาไว้ด้วยครับ เพราะ ต้องใช้

หนังสือ SEO ที่ผมแนะนำ มีดังนี้นะครับ หรืออ่านข้อมูลแบบไม่เสียเงินได้ที่นี่

SEO คือ อะไรกันแน่ ? ทำไมพ่อค้า-แม่ค้า ออนไลน์ ถึงได้หลงรัก ♥

1.ดันเว็บไซต์ให้ดังด้วย SEO

หนังสือ SEO ฉบับเบสิค

หนังสือเล่มนี้เป็นของ คุณศุภณัฐ สุขโข  ซึ่งภายในหนังสือจะบอกข้อมูลพื้นฐานเบสิค ที่เหล่านักทำ SEO ควรรู้ไว้

และที่สำคัญ..  ไม่ต้องกลัวว่าผมจะหลอกคุณ เพราะผมไม่ได้ค่าคอม !!

..ทั้งหมดนี้ก็เพื่อประโยชน์ของคุณเอง และ จงจำอะไรเอาไว้อย่างนึง..

” พื้นฐานที่ดี มักสำคัญกว่า เทคนิคที่แพรวพราว วิ้งง!! “

2.100 SEO / WEBSIRE SUCCESS GUIDELINES

ส่วนหนังสือ SEO เล่มนี้ เป็นของ คุณโจ อนุชา เนื้อหาจะเป็นประมาณ Check lists ว่าคุณทำตามนี้หรือยัง และจะบอกว่า การทำแบบนี้มันสำคัญอย่างไร

ออกแนวว่า ” รู้ไหมว่า Google ชอบเนื้อหาแบบไหนมากที่สุด ” อะไรทำนองนี้

Web Structure คืออะไร ?

web structure
ตัวอย่าง web structure

ผมต้องบอกก่อนเลยนะครับว่า วางโครงสร้างทำ Web Structure ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำ SEO เลยก็ว่าได้ จงจำเอาไว้ว่า โครงสร้างที่ดี มันจะทำให้การทำ SEO ของเรานั้นง่ายขึ้น

เรียงลำดับตามความสำคัญ แยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน มีระบบ ” ทำให้ Google รู้ว่าในหน้านี้เนี่ย คีย์เวิดไหนสำคัญ ( หรือพยามคิดแบบ User ก็ได้ เน้นการใช้งานง่าย )

ข้อดีของการทำ Web Structure 

  • Web Structure  ในสายตา (Users )  ก็คือ เหมือนไปบ้านคนอื่นอะ ไม่ต้องไปถามเลย ว่าห้องน้ำอยู่ตรงไหน เพราะ มีป้ายบอกทาง ให้รับรู้แบบง่ายๆ  หาอะไรก็เจอ สะดวกสบาย สดใส
  • Web Structure  ในสายตา (GG ) เก็บข้อมูลง่าย เข้าใจในการทำงานของเว็บไซต์ ไหลลื่น !! GOOGLE เกลียดความซับซ้อน ดังนั้นวางแผนดีๆ เอาให้เข้าใจง่ายๆก็พอ จบ!

ขอบคุณ ลุงเต่าขเย่าเว็บ ที่ทำให้กระจ่างเรื่องนี้  เพราะตอนแรกผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่ เรียน SEO กับแกมา รู้สึกเลยว่า ได้ของแปลก ๆ เพียบ ! )

XML Sitemap 

Search Engine ใช้ XML Sitemap ในการทำความเข้าใจเว็บไซต์ของคุณ ว่าเว็บคุณมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร มีโครงสร้างแบบไหน ซึ่งถ้าเราทำ Web Structure  ดี ก็จะทำให้ Google เก็บข้อมูลได้ง่ายขึ้นนั่นเองครับ 

ทำหน้าที่คล้ายๆกับ บรรณานุกรม หรือ สารบัญ

On-page SEO / Off-page SEO

On-Page คืออะไร?

blogger-on-page-seo-tips

ต้องขอบอกก่อนเลยว่า การทำ SEO  On-Page  นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก

ในกรณีที่เราวางโครงสร้าง หรือ กำหนดวิธีการเขียนเนื้อหาผิด ก็อาจจะทำให้อันดับ หรือว่าหน้าเว็บที่เราเขียนบทความนั้น ๆ ติดอันดับใน Google ที่ไม่ดี ก็เป็นได้

ดังนั้นวันนี้เรามา เรียนรู้พื้นฐานการวางโครงสร้างเว็บไซต์ให้แข็งแกร่งกันก่อนดีกว่าครับ

เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติม: การทำ On-Page #SEO แบบง่าย ๆ อ่านจบได้ภายใน 5 นาที

Off-page SEO คืออะไร ?  

ถ้าหากจะพูดถึงเรื่อง SEO ก็คงจะไม่พ้นหนีคำว่า Off-page กันอย่างแน่นอน จริงไหม ?

คำว่า Off-page ก็คือ การทำให้เว็บของเราได้ ” Backlink ” (หรือ ลิ้งย้อนกลับ) กลับมาจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพนั่นเองครับ

การทำ Backlink มีกี่รูปแบบ ?

ถ้าจะพูดแบบง่าย ๆ ก็คงจะมี ประมาณ 3 ประเภทหลัก ๆ

1. Domain Link คือ การที่เราสร้างลิงค์ด้วย Domain Name ของเว็บไซต์ หรือ URL ของเว็บไซต์

ยกตัวอย่าง 

www.Orangecat.com

2.Anchor Text Link คือ การสร้างลิงค์ด้วย Keyword หรือ ข้อความ ประโยคใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดหลักของเว็บไซต์ของเรานั่นเองครับ เช่น ผมสร้าง Anchor Text Link ด้วยคำว่า “น้ำจิ้มซีฟู้ด” เป็นต้น

3. Image Link คือ การสร้างลิงค์ด้วยรูปภาพ ซึ่ง มีความสำคัญกับการทำ SEO ด้วยเช่นกัน

เพราะการที่เว็บมี Image Link ในสัดส่วนที่เหมาะสม ทำให้ Google มองว่าเว็บของเรามีคุณภาพ มีการสร้างลิงค์ที่หลากหลาย แนะนำว่า ควรสร้าง Image Link ประมาณ 5 – 10 % ของลิงค์รูปแบบอื่นๆ ทั้งหมด

อีกทั้งช่วยสร้างความน่าสนใจ ให้ User ทำการ Click เข้าอ่านเว็บหลักอีกด้วย เป็นการช่วยเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บที่ดีมากๆ

No Follow Link / Do Follow Link

DoFollow-and-Nofollow-Links

ซึ่ง Backlink นั้นจะแบ่งได้ง่ายๆ ออกเป็น 2 ประเภท คือ DoFollow และ NoFollow นั่นเอง

DoFollow คืออะไร ?

DoFollow เป็นลิ้งแบบส่งค่าคะแนนให้กับเว็บไซต์ (เสมือนว่าเว็บไซต์นั้นได้รับการโหวต)

ยิ่งได้  LINK ประเภทนี้ จากเนื้อหาที่ใกล้เคียง หรือ ได้จากเว็บที่มีคุณภาพ ก็จะทำให้เว็บไซต์ของเรามีอันดับ หรือ มีคะแนนที่ดีขึ้นนั่นเอง

( และนี่ก็เป็นนิยามของ Do Follow Link คือลิงค์ที่จะส่งคะแนน SEO ให้กับเว็บไซต์ปลายทาง )

NoFollow คืออะไร ?

NoFollow คือ การที่เว็บนั้นๆ ส่ง Backlink หาเว็บของคุณ โดยที่เขาไม่ได้ส่งต่อประโยชน์จาก SEO มาให้คุณ

ส่วนใหญ่จะได้ LINK จากการให้เครดิต ของ บทความ Social Media รูปภาพ Social Media นั่นเอง

( แต่ผมเชื่อว่า การทำ LINK แบบ NoFollow ก็มีผลเหมือนกันนะธรรมชาติดี   )

คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับ dofollow และ nofollow มีดังนี้

1. rel=”dofollow”  เป็นคำสั่งสร้างลิงค์แบบ dofollow

ใช้ร่วมกับแท็กคำสั่ง < a href=”www.Orangecat.com ” title=”แมวสีส้ม” rel=”dofollow” >แมวสีส้ม< /a>

2. rel=”nofollow”  เป็นคำสั่งสร้างลิงค์แบบ nofollow

ใช้ร่วมกับแท็กคำสั่ง < a href=”www.Orangecat.com ” title=”แมวสีส้ม” rel=”nofollow” >แมวสีส้ม< /a>

ถ้าอยากจะรู้ว่าการทำ Link แบบ NoFollow – DoFollow อันไหนดีกว่ากัน ก็ลองทดสอบกันดูนะครับ แล้วอย่าลืมมาบอกผมด้วยละ..

เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติม: Off-page SEO คืออะไร ? แล้วมีผลอย่างไรกับการทำ SEO | rungwat

Keyword Research

ต้องบอกก่อนเลยนะครับว่า การทำ SEO นั้น เป็นกระบวนการ มีวิธีการคิดค่อนข้างที่จะชัดเจนเลย

และหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการทำ SEO หรือ การทำการตลาดออนไลน์ก็คือ การทำ Keyword Research  ซึ่งถ้าเรามี การทำ Keyword research ที่ดีแล้ว  จะช่วยทำให้เราลดเวลาการทำงานลงไปได้มากเลยทีเดียวครับ แถมไม่ต้องเสียเวลา

( ไอ้ความคิดที่ว่า ” เฮ่ย ถ้าเป็นผมนะ ผม ค้นหา ด้วย Keyword นี้แน่ ๆ อะ  ”  < เลิกล้มตอนนี้ยังทัน

Keyword คืออะไร?

  • Keyword คือ คำ หรือ วลี ที่เราต้องการให้เวลาที่มีการค้นหาใน Google นั่นเอง อาทิเช่น