ทิศทางการทำ SEO ภายในปี 2019 | RUNGWAT

SEO-2019
SEO-2019 By.Rungwat

การทำ SEO ภายในปี 2019

ก็เหมือนเคย..อย่างที่รู้ๆกันนั่นแหละ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้คงจะมีประโยชน์สำหรับคนทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ

ข้อมูลนี้ผมไม่ได้คิดขึ้นมาเองนะครับผมไปรวบรวมข้อมูลจากต่างประเทศมาอีกที หรือถ้าอยากอ่านต้นฉบับ ก็คลิกไปที่ลิ้งข้างใต้นี้ได้เลยครับ

https://backlinko.com/seo-this-year

ส่วนตัวผมมองว่าการทำ SEO ภายในปี 2019 มันง่ายกว่าเมื่อก่อนอีกนะ เพียงแค่เราใส่ใจ กับ USER ให้มากขึ้น เราก็สามารถมีอันดับที่ดีใน GOOGLE ได้แล้ว

CHAPTER 1:RankBrain & UX Signals

RankBrain AI คืออะไร  มันคือ ตัวแสบที่จะมาพลิกวงการทำ SEO ต่อไป จำนวน Backlinks, ค่า DA/PA, Domain age และตัวเลขในเชิงปริมาณต่างๆ  ของเว็บไซต์อาจจะถูกลดความสำคัญลงหรืออาจจะไม่มีความจำเป็นอีกเลยก็ได้

เพราะเจ้า RankBrain นั้นมันมีความคิดเป็นของตัวเอง พูดง่ายๆ มันพยามเรียนแบบพฤติกรรมของ User นั่นเอง อะไรที่เป็นกระแส มันจะมองออกได้เลยว่า เนื้อหานี้มีคนต้องการมากจริงๆ มันก็มักจะนำข้อมูลนั้นไปแสดงก่อนใคร

RankBrain AI เข้ามานานแล้วหรือยัง : เอาจริงๆก็เข้ามานานแล้วนะ แต่ยังไม่ค่อยแสดงอิทธิฤทธิ์ อะไรมากมาย แต่ที่เริ่มเห็นผลจริงๆ ก็น่าจะเป็นต้นปี 2018 แล้ว ( อันนี้ผมสังเกตุเองนะ )

วิธีการเอาชนะ RankBrain

1.เพิ่มค่า CTR (Click Through Rate) ให้กับหัวข้อเว็บไซต์ ให้มีความน่าสนใจ ให้มากขึ้น เพราะถ้า ต่อให้อันดับอยู่ที่ 1 แต่ถ้าเขียน Title Description ไม่น่าสนใจ ทำให้คนคลิกน้อย ก็มีโอกาสทำให้ เว็บอื่นขึ้นมาแทนนั่นเองครับ

Trick

คุณจะต้องเขียน  page title tags and meta page description tags ยังไงก็ได้.. 

ให้มีความน่าสนใจมากที่สุดยิ่งโดนคลิกเยอะ อันดับก็มีแนวโน้มว่าอันดับจะดี 
https://backlinko.com

ทริคในการเขียนหัวข้อบทความ ให้น่าสนใจ

Best : สุดยอด ยอดที่สุด

News : เผยเคล็ดลับ การทำSEO ที่ใครหลายคนยังไม่รู้ !! 2019

Reviews : รีวิวการทำ SEO แบบที่ว่า โลกต้องจดจำชื่อเราไปตลอดชีวิต

Guide : 10 คู่มือการทำ SEO ให้ทำเป็น ฉบับรวดเร็ว ขนาดกดรีเพลย์ แล้วยังตามไม่ทัน

Step-by-Step : สอนการทำ SEO ง่าย ๆ แบบ Step-by-Step

Right Now : Rungwat รับทำ SEO ราคาถูก ถ้าไม่จ้างตอนนี้ บอกได้เลยว่าพลาด !!

Today : สอนทำ SEO ในราคาพิเศษ ลดทันที 50% เฉพาะวันนี้เท่านั้น !

Information : 17 ข้อมูลลับการทำSEO ที่จะช่วยทำให้คุณสบายไปตลอดทั้งชาติ

Simple : 10 วิธีรักษาสิวแบบง่ายๆ อ่านเสร็จเอาไปทำที่บ้านได้ทันที 

Quick : รับจัดสวนดอกไม้ แบบเดริเวอรี่ สะดวก รวดเร็ว โดยไม่ต้องรอนาน

Easy : สอนทำ SEO แบบง่ายๆ แม้ขนาดเด็ก ม.1 อ่านแล้วยังเข้าใจ

Trick

หรือจะพูดแบบง่ายๆเลยก็คือ หาคำพูดที่แบบว่า  ถ้าไม่คลิกตอนนี้จะไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ

ข้อความที่ทำให้เกิดความสงสัย ??

ข้อความที่ทำให้เกิดความอันตราย คือไม่อ่านแล้ว คือซวยแน่ !!

จัดหนัก !!!

CHAPTER 2: UX (User Experience) & Content

การปรับ On-Page ใน Post – Pageถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ

บัว : มันสำคัญยังไง มันไม่เหมือนกับการเขียนบทความทั่วๆ ไปหรอ ?

Rungwat : การปรับโครงสร้าง Content ที่ดี จะช่วยทำให้ Google รู้ว่า เว็บไซต์ หรือ เว็บเพจ ของเราเกี่ยวข้องกับอะไร ?

 

บัว : รู้แล้วยังไงต่อ ?

Rungwat : เมื่อ GOOGLE รู้แล้วว่า ธุรกิจของเราเกี่ยวข้องกับอะไร มันก็จะทำการดึงหน้าเว็บไซต์ หรือ หน้า Content ของเราไป แสดงบน Search Engine นั่นเอง

 

บัว : แล้วกรณีที่ Google ไม่รู้ละ ผลจะเป็นยังไง ?

Rungwat : ในกรณีที่ Google ยังไม่แน่ใจว่า.. ธุรกิจเราเกี่ยวข้องกับอะไร ก็จะปล่อยเราเอาไว้อันดับท้ายๆ หรือ ไม่ติดอันดับเลย

บัว : แล้วจะมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง ถึงจะทำให้ GOOGLE รู้ได้บ้างว่า บทความเราเกี่ยวข้องกับอะไร ?

Rungwat : งั้นเลื่อนลงมาอ่านกันเลย

.

.

.

.

โครงสร้าง Content
ข้อมูลจาก คุณท๊อป contentshifu

สิ่งที่สำคัญ ของการเขียนบทความ SEO จะมี สองรูปแบบหลักๆ

1.Body

2.User Signal

business2community.com

Body

ปรับเนื้อหา (Content) ให้มีความน่าสนใจ นำเสนอแต่สิ่งที่มีประโยชน์กับ USER อย่าพยาม WARDS KEYWORD คือเลิกทำได้แล้ว การมี Keyword Relevance (คำที่เกี่ยวข้อง) อยู่ในบทความถือว่าเป็นเรื่องดีนะ แต่บางที ก็ไม่ต้องเอามาใส่ทั้ง 100 Keyword ก็ได้   ไอ่บทความเดียวแต่รอบรู้ทุกอย่างเลยในจักรวาล

พฤติกรรมแบบนี้เลิกได้แล้ว  ถ้าอยากจะเล่น Kw นี้จริงๆ แนะนำให้ไปสร้างอีกบทความนึงเลย เพราะว่าการทำแบบนี้ จะทำให้บทความของเรา มีน้ำหนักไม่พอ พอน้ำหนักไม่พอ

จึงทำให้ติดอันดับแบบครึ่งๆกลางๆ เหมือนกับคงเหมือนกับเป็ดอะ จะบินก็บินได้ แต่ก็บินไม่สูง ว่ายน้ำก็ได้ แต่ก็ว่ายไม่เร็ว ถ้าอยากอันดับดีให้เลิกทำแบบนี้ซะ

บทความที่ดี ควรมี Relevance = คำที่เกี่ยวข้อง เนื้อหาเกี่ยวข้องกัน อยู่ด้วย เพราะจะทำให้บทความเรามีความน่าเชื่อถือขึ้น

TIME On Site ทำให้อันดับดีขึ้นไหม..

พูดกันง่าย ๆ Google Bot เขาก็เป็นโปรแกรมล่ะเนอะ แล้วทีนี้เขาจะรู้ได้ยังไงละว่า เนื้อหาที่ว่าเนี้ย มันดีหรือไม่ดี.. สิ่งเดียวที่จะยืนยันเรื่องนี้ได้ก็คือ เวลาที่ User อยู่ภายในเว็บไซต์นั่นเอง

ยิ่ง User อยู่นาน นั่นแปลว่า เนื้อหาน่าสนใจ ถูกไหมละ ..

Trick

Headline H1 ตัวเดียว ใส่ Keyword

Subheading H2 :  Keyword Relevance (คำที่เกี่ยวข้อง)

Paragraph : 3 บรรทัดแรก ควรมี Keyword

Image Optimization : ตั้งชื่อให้กับรูปภาพ  อาทิ แมวสีส้ม.jpg หลังจากอัพขึ้นเว็บแล้วก็อย่าลืมใส่ ALT, Title เพิ่มด้วย

Video : แนะนำให้หาวิดิโอ ที่น่าสนใจมาใส่สักประมาณ 1-2 นาที สามารถทำให้ USER อยู่ได้นานยิ่งขึ้น

Internal Link : การทำลิ้งภายใน เชื่อมโยงไปหาเนื้อหาที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้อง ( ไม่ต้องซ่อน ทำประโยคยาวๆ เพื่อให้ User ได้คลิกจริง )

Site Speed : ความเร็วของการโหลดหน้าเว็บไซต์

Responsive : การแสดงผลอุปกรณ์ต่างๆ  มือถือ เว็บไซต์เป็นสิ่งจำเป็น

HTTPS : ความปลอดภัยของเว็บไซต์

เนี่ยลองดูดิ มันสามารถทำให้เพื่อนๆ ดูจนจบได้. !!

CHAPTER 3: Optimize for Voice Search

Voice Search ในต่างประเทศถือว่ากำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากครับ ในส่วนของประเทศไทย ก็เริ่มจะมีคนใช้บ้างแล้ว แต่ยังน้อยอยู่ แต่อย่าลืมความพร้อมสำหรับปรับเว็บไซต์ให้รองรับ voice-search ด้วยนะครับ พยามเพิ่ม วลี หรือ คำยาวๆ เอาไว้ในเว็บไซต์ได้เลย

เพราะคนเรามันจะชอบถามเป็นประโยคยาวๆอย่างแน่นอน เน้นคีย์เวิร์ดที่เป็น LSI หรือ long tail keyword เอาไว้ด้วยนะครับ

LSI ย่อมาจากคำว่า Latent Semantic Indexing : เป็นคีย์เวิร์ดช่วยให้เซิร์จเอนจิ้นสกัดความหมายจากคำที่มีความหมายมากกว่า 1 ความหมาย

เช่นคำว่า (Apple บริษัทคอมพิวเตอร์ vs. ผลไม้)

เพื่อที่จะทำให้ GOOGLE แยกแยะคีย์เวิร์ดที่เหมือนกันซึ่งส่งผลดีต่อการจัดอันดับ

ด้วยความเป็น O

เป็นยังไงกันบ้าง ผมหวังว่าบทความนี้คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ เดียวไว้ว่างๆ ผมจะมาเขียนให้อีก หากชอบก็สามารถกดแชร์ได้นะครับ

และอย่าลืมกดคะแนนให้ผมด้วยนะ จะได้รู้ว่า ไอ่ที่เขียนมาเนี่ย เข้าใจกันบ้างหรือเปล่า..

แต่ก็ขอบคุณมากครับ ที่อ่านกันจนจบ จากใจ ” นิวหลังวัด ”

[Total: 54    Average: 4.5/5]