อยากให้เว็บตัวเองติด Google แต่ไม่มีงบจ้างใคร บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณเลย
วิธีทำ SEO ด้วยตัวเองคือการทำงาน 7 ขั้นตามลำดับ ตั้งแต่เปิด Google Search Console เลือกคำค้น แก้ชื่อหน้า เขียนหน้าที่ช่วยคนอ่าน ทำลิงก์ ไปจนถึงวัดผลทุกเดือน ทุกขั้นใช้เครื่องมือฟรีได้ และไม่ต้องเขียนโค้ด
สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน
- Google เองบอกว่าธุรกิจท้องถิ่นเล็กๆ น่าจะทำงาน SEO ส่วนใหญ่ได้เอง
- เริ่มจากเปิด Google Search Console ซึ่งเป็นบริการฟรีของ Google
- 1 หน้า ตอบ 1 เรื่อง ใช้คำที่ลูกค้าค้นจริง และตั้ง title ให้ตรงกับหน้า
- ห้ามซื้อลิงก์และห้ามยัดคีย์เวิร์ด Google นับเป็นสแปม
- Google บอกว่าบางอย่างมีผลในไม่กี่ชั่วโมง บางอย่างใช้หลายเดือน เราจึงแนะนำให้วัดผลเดือนละครั้ง
ทำ SEO ด้วยตัวเองได้จริงไหม ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ทำ SEO ด้วยตัวเองได้จริง Google เขียนไว้ในหน้า “Do you need an SEO?” ว่าถ้าคุณเป็นธุรกิจท้องถิ่นเล็กๆ น่าจะทำงานส่วนใหญ่ได้เอง สิ่งที่ต้องมีคือเว็บที่คุณแก้เนื้อหาเองได้ บัญชี Google และเวลาสัปดาห์ละนิด
บทความนี้เราเขียนครั้งแรกตั้งแต่ปี 2018 แบ่งเป็นหลายตอน ตอนนั้นเราเล่าไว้ว่าตัวเราเองก็เขียนโค้ดไม่เป็น แต่ก็ทำเว็บได้ด้วยระบบสำเร็จรูปอย่าง WordPress
เรื่องนี้ยังจริงอยู่นะ ระบบจัดการเว็บแบบนี้เรียกว่า CMS พูดง่ายๆ คือหลังร้านที่ให้พิมพ์บทความได้เหมือนพิมพ์โพสต์ ไม่ต้องแตะโค้ดเลย
แต่หลายอย่างในบทความเก่าตกยุคไปแล้ว เช่น สูตรใส่คีย์เวิร์ดให้ได้กี่เปอร์เซ็นต์ เราเลยเขียนใหม่ทั้งหมดให้ตรงกับคู่มือของ Google ปี 2025 ถึง 2026
ก่อนเริ่ม ลองตอบตัวเองข้อเดียวก่อน เว็บนี้มีไว้ทำอะไร ขายของ รับจอง หรือให้ความรู้ เพราะคำตอบนี้จะบอกว่าคุณควรเลือกคำค้นแบบไหน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่า SEO คืออะไรกันแน่ แวะอ่าน SEO คืออะไร ฉบับมือใหม่ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาลงมือกับบทความนี้
วิธีทำ SEO มีกี่ขั้น ใช้เวลาและเครื่องมืออะไร?
วิธีทำ SEO สำหรับมือใหม่มี 7 ขั้น คือ เปิด Search Console เลือกคำค้น แก้ title เขียนหน้าที่ช่วยคนอ่าน ทำลิงก์ภายใน ให้คนรู้จักเว็บ และวัดผลทุกเดือน ทุกขั้นใช้เครื่องมือฟรีของ Google ได้
- เปิด Google Search Console แล้วยืนยันว่าเป็นเจ้าของเว็บ
- เลือกคำค้นที่ลูกค้าใช้จริง 1 คำหลักต่อ 1 หน้า
- แก้ title และ meta description ของแต่ละหน้าให้ตรงกับเนื้อหา
- เขียนหรือปรับหน้าให้ตอบคำถามคนอ่านได้จริง
- ทำลิงก์ภายในเชื่อมหน้าที่เกี่ยวกัน
- บอกต่อให้คนรู้จักเว็บ เพื่อให้ได้ลิงก์จากเว็บอื่นแบบธรรมชาติ
- วัดผลใน Search Console เดือนละครั้ง แล้ววนกลับไปปรับ
ลำดับนี้สำคัญนะ ถ้าข้ามขั้นที่ 1 ไป คุณจะไม่มีตัวเลขไว้ดูเลยว่าที่ทำมาได้ผลไหม

ตารางข้างล่างช่วยวางแผนเวลา ช่องเวลาเป็นการกะคร่าวๆ ของเราเองสำหรับเว็บเล็กไม่กี่สิบหน้า ไม่ใช่ตัวเลขจาก Google
| ขั้น | เวลาที่ควรเผื่อ (เรากะเองคร่าวๆ) | เครื่องมือ |
|---|---|---|
| 1. เปิด Search Console | ครั้งเดียว ไม่เกินครึ่งวัน | Google Search Console |
| 2. เลือกคำค้น | ครึ่งวันถึงหนึ่งวัน แล้วเติมเรื่อยๆ | ช่องค้นหา Google, Google Trends, รายงานคำค้นใน Search Console |
| 3. แก้ title และ meta description | หน้าละไม่กี่นาที | หลังบ้านเว็บ เช่น WordPress |
| 4. เขียนหน้าที่ช่วยคนอ่าน | หน้าละหลายชั่วโมง | ความรู้จริงของคุณ รูปถ่ายของจริง |
| 5. ลิงก์ภายใน | ทุกครั้งที่มีหน้าใหม่ | หลังบ้านเว็บ |
| 6. ให้คนรู้จักเว็บ | ทำต่อเนื่อง | โซเชียล กลุ่มลูกค้า คนรู้จักในวงการ |
| 7. วัดผล | เดือนละครั้ง ครั้งละไม่ถึงชั่วโมง | รายงานผลการค้นหาใน Search Console |
ขั้นที่ 1 เปิด Google Search Console ทำยังไง?
Google Search Console คือบริการฟรีของ Google ที่บอกว่าเว็บเราโผล่ในผลค้นหากี่ครั้ง มีคนคลิกเท่าไร และมีปัญหาอะไร เปิดได้โดยเพิ่มเว็บเข้าไป (Search Console เรียกว่า property) แล้วยืนยันว่าเราเป็นเจ้าของ
เปรียบง่ายๆ Search Console คือสมุดพกของเว็บ ครูคือ Google เขียนคะแนนและข้อสังเกตไว้ให้ ถ้าไม่เปิดดู เราก็ไม่รู้ว่าตกวิชาไหน
ข้อดีคือ Google บอกชัดว่าไม่ต้องสมัคร Search Console เว็บก็ติด Google ได้ แต่ถ้าไม่สมัคร คุณจะทำ SEO แบบปิดตา
ตอนเพิ่มเว็บ ระบบจะให้เลือกระหว่าง 2 แบบ ดูภาพนี้ประกอบได้เลย

- เข้า Search Console ด้วยบัญชี Google แล้วกดเพิ่ม property
- DNS คือการตั้งค่าโดเมนในหลังบ้านของที่ที่คุณจดโดเมนไว้ ถ้าแก้เองไม่เป็น ให้เลือกแบบ URL-prefix แล้วใส่ที่อยู่เว็บเต็มๆ รวม https://
- เลือกวิธียืนยันที่ทำได้ เช่น วางแท็ก meta ที่ Google ให้มาไว้ในหน้าแรกของเว็บ
- รอข้อมูลขึ้น ซึ่งปกติใช้เวลาไม่กี่วันหลังยืนยัน
- ส่ง sitemap เพื่อบอก Google ว่าเว็บเรามีหน้าไหนบ้าง
ถ้ายังไม่รู้จัก sitemap อ่าน Sitemap คืออะไร ส่ง Google ยังไง ได้ ส่วนหน้าไหนยังไม่ขึ้น Google เลย ลองดูเรื่อง Index คืออะไร ประกอบ
เรื่องรายงานแต่ละตัวใน Search Console เราแยกไว้อีกบทความ Google Search Console คืออะไร
ขั้นที่ 2 เลือกคีย์เวิร์ดแบบมือใหม่ เริ่มจากคำไหนดี?
มือใหม่ควรเริ่มจากคำค้นที่เจาะจงและตรงกับสิ่งที่เว็บมีจริง เช่น ชื่อสินค้ารวมกับย่าน หรือคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย แล้วให้ 1 หน้ารับผิดชอบ 1 คำหลัก
คีย์เวิร์ดคือคำที่คนพิมพ์ลงช่องค้นหา ถ้ายังไม่คุ้น อ่าน คีย์เวิร์ด คืออะไร ก่อนได้เลย
ลองเลือกดูนะ สมมติว่าคุณเปิดร้านเค้กเล็กๆ ในเชียงใหม่ ระหว่างคำว่า “เค้ก” กับ “สั่งเค้กวันเกิด เชียงใหม่” คำไหนมีลุ้นกว่ากัน
คำตอบคือคำที่สอง คำว่า “เค้ก” กว้างมาก คนค้นอาจอยากดูสูตร ดูรูป หรือหาร้านในจังหวัดอื่น แถมคู่แข่งเป็นเว็บใหญ่ทั้งนั้น ร้านเล็กไปสู้ตรงนั้นก็เหนื่อยฟรี 555
หาคำค้นจริงได้จาก 3 ที่ฟรีๆ
- ช่องค้นหา Google พิมพ์คำต้นแล้วดูคำที่ Google เดาให้ และดูกล่องคำถามที่คนถามต่อในหน้าผลค้นหา
- Google Trends ดูว่าคำไหนคนสนใจมากกว่ากัน แต่ตัวเลขเป็นค่าเทียบ 0 ถึง 100 ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ค้นจริง
- รายงานผลการค้นหาใน Search Console เมื่อเว็บมีข้อมูลแล้ว จะเห็นคำที่คนใช้ค้นจนเจอเว็บเรา
ส่วน Keyword Planner ของ Google ใช้ได้ผ่านบัญชี Google Ads และต้องใส่ข้อมูลการชำระเงินให้ครบก่อนถึงจะใช้ฟีเจอร์หาคำใหม่ได้ มือใหม่ยังไม่ต้องรีบใช้ก็ได้
วิธีหาคำแบบเป็นระบบทีละขั้น เรามีบทความแยกไว้ให้แล้ว
ขั้นที่ 3 และ 4 แก้ title และเขียนหน้าให้ช่วยคนอ่านทำยังไง?
title ที่ดีตามคู่มือ Google คือชื่อหน้าที่ไม่ซ้ำกับหน้าอื่น ชัด สั้น และบอกตรงๆ ว่าหน้านั้นมีอะไร ส่วนเนื้อหาที่ดีคือเนื้อหาที่เขียนเพื่อช่วยคนอ่าน ไม่ใช่เขียนเพื่อหลอกเครื่องมือค้นหา
title คือชื่อหน้าที่โผล่เป็นตัวหนังสือใหญ่ในผลค้นหา มันเหมือนป้ายหน้าร้าน ถ้าป้ายเขียนแค่ว่า “ร้านค้า” ใครเดินผ่านก็ไม่รู้ว่าขายอะไร

ข่าวดีคือ Google บอกว่าระบบจัดการเว็บส่วนใหญ่เปลี่ยนชื่อบทความเป็น title ให้อัตโนมัติ คุณแค่ตั้งชื่อให้ดีก็พอ ส่วนคำหลัก ใส่ครั้งเดียวก็พอ ไม่ต้องซ้ำ
meta description คือข้อความอธิบายสั้นๆ ใต้ชื่อหน้า Google บอกว่าส่วนใหญ่จะดึงข้อความจากเนื้อหามาแสดงเอง และใช้ meta description เป็นบางครั้ง แต่เขียนไว้ให้ตรงหน้าก็ไม่เสียหาย
มาถึงเนื้อหา คู่มือ Google ชวนให้ถามตัวเองแบบนี้
- หน้านี้มีข้อมูลของเราเอง เช่น ประสบการณ์จริง รูปจริง หรือการทดลองจริงไหม
- หน้านี้ให้อะไรมากกว่าหน้าอื่นที่ติดอยู่แล้วไหม
- ถ้าเพื่อนเจอหน้านี้ เขาจะอยากเก็บไว้ หรือส่งต่อไหม
ร้านเค้กสมมติของเราอาจเขียนหน้า “สั่งเค้กวันเกิด” ให้บอกราคาจริง ระยะเวลาสั่งล่วงหน้า วิธีส่ง และรูปเค้กที่ทำจริง แค่นี้ก็ช่วยคนอ่านได้มากกว่าหน้าที่ซ้ำคำว่าเค้กสิบรอบแล้ว
Google ยังบอกด้วยว่าความยาวของเนื้อหาอย่างเดียวไม่มีผลต่ออันดับ ไม่ต้องกังวลว่าต้องเขียนให้ครบกี่คำ ตอบให้ครบที่คนอยากรู้ก็พอ
ถ้าอยากเขียน title และ meta description ให้คนอยากคลิก มีบทความแยกของเราเหมือนกัน
ขั้นที่ 5 และ 6 ทำลิงก์ภายในและลิงก์จากเว็บอื่นยังไงไม่ผิดกฎ?
ลิงก์ภายในคือลิงก์ที่พาจากหน้าหนึ่งไปอีกหน้าในเว็บเดียวกัน Google แนะนำให้ทุกหน้าที่สำคัญมีลิงก์มาจากหน้าอื่นในเว็บอย่างน้อย 1 หน้า ส่วนลิงก์จากเว็บอื่นต้องได้มาแบบธรรมชาติ ห้ามซื้อเพื่อดันอันดับ
นึกถึงห้างที่มีป้ายบอกทาง ถ้าร้านไหนไม่มีป้ายชี้ไปเลย คนก็หาไม่เจอ Google ก็เหมือนกัน ส่วนใหญ่มันหาหน้าใหม่จากลิงก์ในหน้าที่มันเคยเก็บไว้แล้ว
- ใส่ลิงก์ในเนื้อหาตรงจุดที่คนอ่านอยากรู้ต่อจริงๆ
- ข้อความบนลิงก์ต้องบอกว่าคลิกแล้วไปเจออะไร เช่น “วิธีสั่งเค้กล่วงหน้า” ไม่ใช่ “คลิกที่นี่”
- ทุกครั้งที่เขียนหน้าใหม่ ย้อนไปใส่ลิงก์จากหน้าเก่าที่เกี่ยวกันด้วย
วิธีวางลิงก์ภายในให้เป็นระบบ เราแยกไว้อีกบทความ
ส่วนลิงก์จากเว็บอื่น หรือที่เรียกว่า backlink ตรงนี้ขอเตือนด้วยความห่วงนะ ในนโยบายสแปมของ Google การซื้อหรือขายลิงก์เพื่อดันอันดับจัดเป็น link spam ชัดเจน
ทางที่ปลอดภัยคือบอกต่อแบบที่คนทำร้านทำกันอยู่แล้ว โพสต์ในโซเชียล คุยในกลุ่มลูกค้า หรือทำหน้าที่ดีจนคนอยากอ้างถึง คู่มือ Google ก็บอกว่าการโปรโมตเนื้อหาใหม่ช่วยให้คนที่สนใจเจอเร็วขึ้น
วิธีได้ลิงก์จากเว็บอื่นแบบไม่ผิดกฎ เราเขียนแยกไว้อีกเรื่อง
ขั้นที่ 7 วัดผลทุกเดือน ดูตัวเลขไหนใน Search Console?
รายงานผลการค้นหาใน Search Console มีตัวเลขหลัก 4 ตัว คือ จำนวนคลิก จำนวนครั้งที่แสดง อัตราการคลิก (CTR) และอันดับเฉลี่ย ดูเดือนละครั้งก็พอ เพราะ Google บอกว่าควรรอสองสามสัปดาห์ก่อนตัดสินว่าที่แก้ไปได้ผลไหม

หลายคนแก้ title วันนี้ พรุ่งนี้เปิดดูอันดับ แล้วใจเสีย ใจเย็นๆ นะ Google บอกเองว่าบางอย่างมีผลในไม่กี่ชั่วโมง แต่บางอย่างใช้เวลาหลายเดือน
เราแนะนำให้จดลงสมุดง่ายๆ เดือนละบรรทัด ว่าเดือนนี้แก้อะไรไป แล้วเดือนหน้ามาเทียบตัวเลข จะเห็นเองว่าอะไรได้ผล ^_^
- เปิดรายงานผลการค้นหา แล้วดูหน้าที่มีคนเห็นเยอะแต่คลิกน้อย
- ลองแก้ title ของหน้านั้นให้ตรงกับคำที่คนค้นมากขึ้น
- ดูคำค้นที่มีคนเห็นเว็บเรา แต่ยังไม่มีหน้าที่ตอบตรงๆ แล้วเขียนหน้าใหม่ให้
- จดสิ่งที่แก้ แล้วรอเดือนหน้าค่อยเทียบ
อยากรู้ว่า SEO ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล เราแยกไว้อีกบทความ ทำ SEO นานแค่ไหนถึงเห็นผล
วิธีทำ SEO แบบเก่าข้อไหนที่เลิกทำได้แล้ว?
วิธีทำ SEO แบบเก่าที่เลิกทำได้แล้วคือ การนับเปอร์เซ็นต์คีย์เวิร์ด การใส่ meta keywords การยัดคีย์เวิร์ดในชื่อโดเมน การนับจำนวนคำ และการซื้อลิงก์ เพราะคู่มือ Google ปัจจุบันบอกว่าข้อเหล่านี้ไม่ช่วย หรือผิดกฎ
บทความฉบับปี 2018 ของเราเองก็เคยแนะนำให้ใส่คีย์เวิร์ด 2 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อหา ตอนนี้ขอแก้ตรงๆ ว่าไม่ต้องนับแล้ว เขียนให้คนอ่านรู้เรื่องดีกว่า
| ความเชื่อแบบเก่า | สิ่งที่ Google บอกตอนนี้ |
|---|---|
| ใส่คีย์เวิร์ดให้ได้ 2 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อหา | การใส่คำซ้ำๆ เยอะเกินไปทำให้คนอ่านเหนื่อย และการยัดคีย์เวิร์ดเป็นสแปม |
| ต้องใส่แท็ก meta keywords | Google Search ไม่ใช้แท็ก meta keywords |
| ชื่อโดเมนต้องมีคีย์เวิร์ด | คำในโดเมนหรือ URL แทบไม่มีผล นอกจากโผล่ในแถบเส้นทางหน้า (breadcrumb) |
| บทความต้องยาวถึงจะติด | ความยาวอย่างเดียวไม่มีผลต่ออันดับ |
| ยิ่งมีลิงก์จากเว็บอื่นเยอะยิ่งดี ซื้อได้ก็ซื้อ | การซื้อหรือขายลิงก์เพื่อดันอันดับเป็น link spam |
| จ่ายเงินให้ Google แล้วอันดับจะดีขึ้น | Google ไม่รับเงินเพื่อเก็บข้อมูลเว็บบ่อยขึ้นหรือจัดอันดับให้สูงขึ้น |
อีกเรื่องที่เปลี่ยนคือผลค้นหามีคำตอบจาก AI อย่าง AI Overviews แล้ว แต่ Google บอกว่าไม่มีข้อกำหนดพิเศษเพิ่ม พื้นฐาน SEO ทั้ง 7 ขั้นในบทความนี้ยังใช้ได้ครบ
เลือกขั้นที่ 1 ทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ก่อนก็พอ แล้วค่อยไล่อ่านเรื่องอื่นต่อใน พื้นฐาน SEO สำหรับมือใหม่ ทีละเรื่อง ไม่ต้องรีบ 🙂
คำถามที่พบบ่อย
ทำ SEO ด้วยตัวเองได้ไหม ไม่ต้องจ้างใคร?
ได้ Google เขียนไว้ว่าถ้าเป็นธุรกิจท้องถิ่นเล็กๆ น่าจะทำงาน SEO ส่วนใหญ่ได้เอง และแนะนำให้เริ่มจากคู่มือ SEO เบื้องต้นของ Google ส่วนเว็บใหญ่หรืองานเทคนิคที่ซับซ้อน อาจต้องมีคนช่วย
ทำ SEO ด้วยตัวเองต้องเสียเงินไหม?
เครื่องมือหลักอย่าง Google Search Console ใช้ฟรี และ Google ไม่รับเงินเพื่อจัดอันดับเว็บให้สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายหลักจึงมักเป็นค่าโดเมนและค่าโฮสติ้งของเว็บเอง
ทำ SEO นานแค่ไหนถึงเห็นผล?
ไม่มีใครบอกได้แน่นอน Google บอกว่าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างมีผลในไม่กี่ชั่วโมง บางอย่างใช้หลายเดือน และแนะนำให้รอสองสามสัปดาห์ก่อนประเมินผล
ทำ SEO ต้องเขียนโค้ดเป็นไหม?
ไม่จำเป็น ระบบจัดการเว็บอย่าง WordPress ให้แก้ชื่อหน้า เขียนเนื้อหา และใส่ลิงก์ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด งานเทคนิคบางอย่าง เช่น ยืนยันโดเมนผ่าน DNS อาจต้องให้ผู้ให้บริการโฮสติ้งช่วย
มี AI Overviews แล้ว ยังต้องทำ SEO อยู่ไหม?
ยังต้องทำ Google บอกว่าการจะไปโผล่ใน AI Overviews หรือ AI Mode ไม่มีข้อกำหนดเพิ่มเติม และพื้นฐาน SEO เดิมยังคุ้มค่าที่จะทำ
แหล่งอ้างอิง
- SEO Starter Guide: The Basics (Google Search Central) (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)
- Do You Need an SEO? (Google Search Central) (อัปเดต 5 มิ.ย. 2026)
- Creating Helpful, Reliable, People-First Content (Google Search Central) (อัปเดต 5 ต.ค. 2026)
- Spam Policies for Google Web Search (Google Search Central) (อัปเดต 28 ส.ค. 2026)
- Add a website property to Search Console (Search Console Help) (ตรวจเมื่อ 23 ต.ค. 2026)