ใครเริ่มทำเว็บน่าจะเคยได้ยินคำนี้บ่อยมาก วันนี้มานั่งแกะไปด้วยกันแบบสบายๆ
Backlink คือ ลิงก์บนเว็บของคนอื่นที่กดแล้วพามาที่เว็บของเรา Google ใช้ลิงก์แบบนี้ช่วยหาหน้าใหม่ และช่วยดูว่าหน้าไหนเกี่ยวกับเรื่องอะไร แต่ลิงก์เป็นแค่สัญญาณหนึ่งในหลายอย่าง ไม่ใช่ทางลัดขึ้นอันดับ 1
สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน
- Backlink คือลิงก์จากเว็บอื่นที่ชี้มาหาหน้าเว็บของเรา
- Google ใช้ลิงก์หาหน้าใหม่ และดูว่าหน้านั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร
- ลิงก์ที่ได้มาเองเพราะเนื้อหาดี ปลอดภัยกว่าลิงก์ที่ซื้อหรือปั๊มขึ้นมา
- ซื้อขายลิงก์เพื่อดันอันดับผิดนโยบายสแปมของ Google
- ดู backlink ของเว็บเราได้ฟรีในรายงาน Links ของ Search Console
Backlink คืออะไร ต่างจากลิงก์ภายในยังไง?
Backlink คือลิงก์จากเว็บไซต์อื่นที่ชี้มายังหน้าเว็บของเรา ส่วนลิงก์ภายในคือลิงก์ที่เชื่อมหน้าต่างๆ ในเว็บเดียวกันเอง
Google ก็อธิบายไว้แบบเดียวกันในหน้าช่วยเหลือของ Search Console ว่า backlink คือลิงก์บนหน้าของเว็บอื่น ที่ลิงก์กลับมาหาหน้าในเว็บเรา บางคนเรียกว่า inbound link หรือลิงก์ขาเข้า ความหมายเดียวกันเลย
ลองนึกถึงร้านขนมในตลาดนัด ถ้าแม่ค้าร้านข้างๆ บอกลูกค้าว่า “ขนมชั้นต้องไปร้านนั้นนะ” นั่นคือคำแนะนำจากคนอื่น บนโลกเว็บ คำแนะนำแบบนี้ก็คือ backlink

แต่ถ้าเราแปะป้ายในร้านตัวเองว่า “ขนมไทยอยู่โต๊ะด้านใน” อันนั้นคือการพาลูกค้าเดินในร้านเรา ในเว็บเรียกว่าลิงก์ภายใน ไม่นับเป็น backlink
อีกคำที่ชอบสับสนคือ external link หรือลิงก์ออก ลิงก์เส้นเดียวกันนี่แหละ แค่มองคนละฝั่ง เว็บที่ใส่ลิงก์ออกไปเรียกว่าลิงก์ออก ส่วนเว็บปลายทางเรียกลิงก์นั้นว่า backlink
Backlink สำคัญกับ SEO ยังไง?
Backlink สำคัญกับ SEO เพราะ Google ใช้ลิงก์เป็นทางหลักในการเจอหน้าใหม่ และใช้เป็นสัญญาณดูว่าหน้าไหนเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร แต่ Google ก็บอกเองว่าการค้นหามีอะไรมากกว่าลิงก์อีกเยอะ
งานแรกของลิงก์คือพา Google มาเจอเว็บเรา คู่มือ SEO เบื้องต้นของ Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) บอกว่า Google เจอหน้าเว็บส่วนใหญ่ผ่านลิงก์จากหน้าที่เคยเก็บข้อมูลไว้แล้ว และหลายครั้งลิงก์นั้นมาจากเว็บอื่น
ถ้าหน้าของคุณยังไม่โผล่บน Google เลย ลองอ่านเรื่อง Index คืออะไร ประกอบด้วยนะ จะเห็นภาพว่าลิงก์ช่วยตรงขั้นไหน
งานที่สองคือช่วยบอกความหมาย Google มีระบบที่ดูว่าหน้าต่างๆ ลิงก์หากันยังไง เพื่อเข้าใจว่าแต่ละหน้าพูดเรื่องอะไร หนึ่งในระบบนั้นคือ PageRank ซึ่งหน้าอธิบายระบบจัดอันดับของ Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) บอกว่าวิธีทำงานเปลี่ยนไปเยอะมากตั้งแต่ยุคแรก และยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดอันดับหลัก
ลองดูคำอธิบายจากหน้าคู่มือลิงก์ของ Google เองเลย บรรทัดแรกของหน้าบอกว่า Google ใช้ลิงก์เป็นสัญญาณดูว่าหน้าไหนเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร และใช้หาหน้าใหม่

แล้วลิงก์คือทุกอย่างไหม? ไม่ใช่นะ คู่มือ SEO เบื้องต้นของ Google เขียนว่า Google มีสัญญาณจัดอันดับหลายอย่าง PageRank เป็นแค่หนึ่งในนั้น และ Google Search มีอะไรมากกว่าลิงก์อีกมาก
เปรียบง่ายๆ ลิงก์เหมือนเพื่อนบอกต่อ ช่วยให้คนรู้จักร้าน แต่ถ้าขนมไม่อร่อย ลูกค้าก็ไม่กลับมาอยู่ดี เนื้อหาที่ตอบคำถามคนอ่านได้จริงยังเป็นตัวหลักเสมอ
Backlink มีกี่แบบ?
Backlink แบ่งตามที่มาได้ 4 กลุ่มหลัก คือ ลิงก์ที่เว็บอื่นอ้างอิงเอง ลิงก์จากหน้ารวมรายชื่อ ลิงก์ที่ผู้ใช้โพสต์เอง และลิงก์ที่มีการจ่ายเงิน โดย Google แนะนำการติดป้าย rel ของแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน
การแบ่ง 4 กลุ่มนี้เป็นการแบ่งของเราเองให้จำง่าย ส่วนป้าย rel คือโค้ดสั้นๆ ในลิงก์ที่บอก Google ว่าลิงก์นี้เป็นแบบไหน คล้ายป้าย “โฆษณา” ที่หนังสือพิมพ์แปะไว้บนหน้าที่มีคนจ่ายเงินลง
| แบบของ backlink | ตัวอย่าง | ป้าย rel ที่ Google แนะนำ |
|---|---|---|
| ลิงก์อ้างอิงจากเนื้อหา | บล็อกอื่นยกบทความของเราไปอ้างอิง | ไม่ต้องติดป้าย ถ้าเจ้าของเว็บไว้ใจแหล่งนั้น |
| ลิงก์จากหน้ารวมรายชื่อ | หน้ารวมร้านค้าของสมาคมที่เราเป็นสมาชิก | ไม่มีป้ายเฉพาะ แต่ไดเรกทอรีคุณภาพต่ำเข้าข่ายลิงก์สแปม |
| ลิงก์ที่ผู้ใช้โพสต์เอง | คอมเมนต์ กระทู้ในฟอรัม | ugc หรือ nofollow |
| ลิงก์ที่จ่ายเงินหรือแลกของ | รีวิวที่จ้างเขียน แบนเนอร์โฆษณา | sponsored หรือ nofollow |
ที่มาของตารางคือหน้าคู่มือลิงก์และหน้า Qualify outbound links ของ Google ซึ่งมีค่า rel อยู่ 3 ค่า คือ sponsored, ugc และ nofollow ใส่หลายค่าพร้อมกันได้ด้วย ส่วนลิงก์ไปเว็บที่เจ้าของเว็บไม่ไว้ใจ Google แนะนำให้ใช้ nofollow แต่ไม่ต้องใส่กับทุกลิงก์ออก
แล้วที่ได้ยินกันบ่อยว่า dofollow ล่ะ? คำนี้ไม่มีในเอกสารของ Google นะ
เรื่อง nofollow ต่างจาก dofollow จำง่ายๆ แบบนี้ nofollow เป็นค่าที่ใส่ในโค้ดได้จริง ส่วน dofollow เป็นคำที่คนทำ SEO ใช้เรียกลิงก์ธรรมดาที่ไม่ได้ติดป้าย rel อะไรเลย
อีกเรื่องที่เปลี่ยนไปแล้ว Google ประกาศเมื่อ 10 ก.ย. 2019 ว่าค่า nofollow, sponsored และ ugc เป็นคำใบ้ (hint) ว่าลิงก์ไหนควรนำมาพิจารณาหรือตัดออกในการค้นหา ไม่ใช่คำสั่งเด็ดขาด เหมือนป้าย “ไม่แนะนำ” ที่คนฟังยังตัดสินใจเองได้
ส่วนเรื่องการเก็บข้อมูลหน้าเว็บ nofollow เป็นคำใบ้ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2020
ส่วนลิงก์ที่เราไปแปะในคอมเมนต์หรือกระทู้ของเว็บคนอื่น Google แนะนำให้เจ้าของเว็บติดป้าย ugc หรือ nofollow ไว้ แถมคอมเมนต์ในฟอรัมที่ใส่ลิงก์ยัดคีย์เวิร์ดยังอยู่ในรายการลิงก์สแปมด้วย เหนื่อยแปะไปก็เสี่ยงเปล่าๆ ครับ
Backlink เยอะๆ ดีกว่า หรือควรเน้นคุณภาพ?
ควรเน้นลิงก์ที่ได้มาเองเพราะเนื้อหามีประโยชน์มากกว่าเน้นจำนวน เพราะ Google นับการสร้างลิงก์เพื่อปั่นอันดับเป็นลิงก์สแปม และเว็บที่ทำผิดนโยบายอาจอันดับตกหรือหายไปจากผลค้นหาเลย
นโยบายสแปมของ Google (อัปเดต 28 ส.ค. 2026) ให้ความหมายว่า ลิงก์สแปมคือการสร้างลิงก์เข้าหรือออกจากเว็บ โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อปั่นอันดับการค้นหา
ตัวอย่างลิงก์สแปมที่ Google ยกไว้ในนโยบาย เช่น
- ซื้อหรือขายลิงก์เพื่ออันดับ รวมถึงจ่ายเงิน แลกของ หรือส่งสินค้าไปให้เขียนถึงแล้วใส่ลิงก์
- แลกลิงก์กันมากเกินไป หรือทำหน้าพาร์ทเนอร์ไว้ลิงก์หากันอย่างเดียว
- ใช้โปรแกรมหรือบริการสร้างลิงก์อัตโนมัติ
- ลิงก์จากไดเรกทอรีหรือเว็บบุ๊กมาร์กคุณภาพต่ำ
- คอมเมนต์ในฟอรัมที่ใส่ลิงก์แบบยัดคีย์เวิร์ดในโพสต์หรือลายเซ็น
- สร้างเนื้อหาคุณภาพต่ำขึ้นมาเพื่อปั่นสัญญาณลิงก์และอันดับ
ใครเคยเห็นโพสต์ขายแพ็กเกจ backlink ราคาถูกเป็นกระบุงบ้าง ยกมือขึ้น 555 ถ้าซื้อมาเพื่อดันอันดับ ก็ตรงกับข้อแรกในรายการเลย
Google บอกว่าตรวจจับได้ทั้งจากระบบอัตโนมัติ และจากคนตรวจเมื่อจำเป็น ซึ่งอาจจบที่การโดนบทลงโทษแบบ manual action คือคนของ Google ตรวจแล้วสั่งลดหรือเอาหน้าออกจากผลค้นหา
แล้วซื้อโฆษณาที่มีลิงก์ผิดไหม? ไม่ผิด Google เข้าใจว่าการซื้อขายลิงก์เพื่อโฆษณาเป็นเรื่องปกติ ขอแค่ติดป้าย sponsored หรือ nofollow ไว้

ส่วนเครือข่ายบล็อกส่วนตัว หรือ PBN ที่บทความเดิมของเราเคยพูดถึง ไม่มีชื่ออยู่ในนโยบายตรงๆ แต่ถ้าสร้างเว็บเนื้อหาบางๆ ขึ้นมาเพื่อลิงก์หาเว็บหลัก ก็อาจเข้าข่ายข้อสุดท้ายในรายการลิงก์สแปมได้
ทำยังไงให้ได้ Backlink แบบปลอดภัย?
วิธีได้ backlink แบบปลอดภัยคือทำเนื้อหาที่คนอยากอ้างอิง แล้วช่วยให้คนที่สนใจเรื่องเดียวกันได้เห็น ส่วนลิงก์ที่จ่ายเงินหรือแลกของต้องติดป้าย sponsored หรือ nofollow ทุกครั้ง
คู่มือ SEO เบื้องต้นของ Google บอกว่า การที่เว็บอื่นลิงก์มาหาเราเป็นเรื่องที่ค่อยๆ เกิดเองตามเวลา ฟังแล้วอาจรู้สึกช้าไปหน่อย แต่ทางนี้ไม่ต้องลุ้นว่าจะโดนลงโทษวันไหน
- ทำเนื้อหาที่มีประโยชน์จริง เช่น คู่มือ ตาราง หรือข้อมูลที่ร้านเรารู้ดีกว่าใคร
- บอกต่อในที่ที่คนสนใจอยู่ เช่น โซเชียลมีเดีย กลุ่มชุมชน หรือการบอกปากต่อปาก
- ลงชื่อในหน้ารวมรายชื่อที่เกี่ยวกับธุรกิจเราจริงและมีคนใช้จริง
- ถ้าจ่ายเงิน แลกของ หรือส่งสินค้าไปให้รีวิว ขอให้เว็บนั้นติดป้าย sponsored หรือ nofollow
- เขียนข้อความบนลิงก์ให้บอกเรื่องของหน้าปลายทาง ไม่ยัดคีย์เวิร์ด
- โปรโมตแต่พอดี เพราะ Google เตือนว่าโปรโมตมากเกินไปอาจทำร้ายเว็บได้
ข้อความบนลิงก์ เรียกว่า anchor text ซึ่ง Google แนะนำให้เขียนให้บอกเรื่องได้ชัด กระชับพอดี และเกี่ยวกับทั้งหน้าที่ลิงก์อยู่และหน้าปลายทาง ส่วนการยัดคีย์เวิร์ดลงไปผิดนโยบายสแปม
บทความเก่าบางที่เคยแชร์สัดส่วน anchor text เป็นเปอร์เซ็นต์ เราไม่เจอตัวเลขแบบนี้ในเอกสารของ Google เลยนะ เขียนให้คนอ่านเข้าใจดีที่สุด
ทั้ง 6 ข้อนี้คือพื้นฐานของงานที่คนทำเว็บเรียกว่า link building หรือการตั้งใจหาลิงก์จากเว็บอื่นมาที่เว็บเรา
เช็ก Backlink ของเว็บเราได้ที่ไหน?
เช็ก backlink ของเว็บเราได้ฟรีในรายงาน Links ของ Google Search Console ซึ่งบอกหน้าที่มีลิงก์เข้ามามากที่สุด เว็บที่ลิงก์มาหาเรามากที่สุด และข้อความบนลิงก์ที่ใช้บ่อยที่สุด
ถ้ายังไม่เคยเพิ่มเว็บเข้า Search Console อ่าน Google Search Console คืออะไร ก่อน แล้วค่อยกลับมาทำตามนี้
- เข้า Search Console แล้วเลือกเว็บที่ต้องการ
- เปิดรายงาน Links ในเมนูของ Search Console
- ดูส่วน External links ว่าหน้าไหนมีลิงก์เข้ามากสุด และเว็บไหนลิงก์มาหาเราเยอะสุด
- กดที่ชื่อหน้าหรือชื่อเว็บ เพื่อดูว่าใครลิงก์มาหน้าไหน
- กด Export ถ้าอยากเก็บรายการไว้ดูทีหลัง
นี่คือหน้าช่วยเหลือของรายงาน Links ที่ Google เปิดให้อ่านได้โดยไม่ต้องล็อกอิน จะเห็นว่าใต้ชื่อรายงานมีกล่องอธิบายว่า backlink คืออะไรไว้ด้วย

| ส่วนในรายงาน Links | บอกอะไร |
|---|---|
| Top linked pages | หน้าในเว็บเราที่มีลิงก์จากเว็บอื่นมากที่สุด |
| Top linking sites | เว็บที่ลิงก์มาหาเรามากที่สุด รวมตามโดเมนหลัก |
| Top linking text | ข้อความบนลิงก์ที่เว็บอื่นใช้บ่อยที่สุด |
| Internal links | หน้าในเว็บเราที่ถูกลิงก์ภายในมากที่สุด |
ข้อควรรู้ก่อนตกใจกับตัวเลข รายงานนี้ไม่ใช่รายการครบทุกลิงก์ ไม่บอกว่าลิงก์ไหนติด nofollow อาจยังมีลิงก์เก่าที่ถูกลบไปแล้ว และตารางแสดงได้สูงสุด 1,000 แถว
ถ้าเจอเว็บแปลกๆ ลิงก์มาหา ไม่ต้องรีบ disavow นะ Google บอกว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้เครื่องมือนี้ ควรใช้เมื่อมีลิงก์สแปมจำนวนมาก และลิงก์นั้นทำให้โดนหรือน่าจะโดน manual action เท่านั้น
Backlink ปี 2026 ต่างจากที่เราเคยเขียนไว้ยังไง?
หลักใหญ่ของ backlink ยังเหมือนเดิม คือลิงก์จากเว็บอื่นยังเป็นสัญญาณหนึ่งของ Google แต่หลายวิธีที่เคยแนะนำกัน เช่น แลกลิงก์กันมากเกินไป หรือใช้โปรแกรมสร้างลิงก์ อยู่ในรายการลิงก์สแปมของ Google ชัดเจน
บทความนี้เขียนครั้งแรกเมื่อปี 2023 ตอนนั้นเราเขียนว่าวิธีสร้าง backlink มีทั้งการแลกลิงก์กับบริษัทอื่น และการเข้าโปรแกรมหาลิงก์
อ่านตอนนี้แล้วเขินเลย T_T เพราะทั้งสองแบบเสี่ยงเข้าข่ายลิงก์สแปมตามนโยบายปัจจุบัน
บทความเดิมยังบอกว่า Google ไม่นับลิงก์ nofollow เลย ข้อนี้ Google เปลี่ยนไปตั้งแต่ปี 2019 แล้ว ตอนนี้ nofollow เป็นคำใบ้ที่ Google ใช้ประกอบการพิจารณา
ระบบ Penguin ที่คนทำ SEO ยุคก่อนกลัวกันมาก หน้าอธิบายระบบจัดอันดับของ Google ระบุว่าเป็นระบบจัดการลิงก์สแปมที่ประกาศปี 2012 และรวมเข้ากับระบบจัดอันดับหลักตั้งแต่ปี 2016 ตอนนี้อยู่ในกลุ่มระบบที่เลิกใช้แยกแล้ว
สิ่งที่ยังจริงเหมือนเดิมคือ ลิงก์ที่ปลอดภัยที่สุดคือลิงก์ที่เว็บอื่นให้มาเอง เพราะเนื้อหาเรามีประโยชน์กับคนอ่านของเขา
Backlink เป็นแค่ส่วนหนึ่งของงาน SEO ที่ทำนอกเว็บ ถ้าอยากเห็นภาพรวม SEO ทั้งหมดก่อนลงมือ ดูที่ คู่มือ SEO ฉบับเข้าใจง่าย ได้
ลองเปิดรายงาน Links ของเว็บคุณดูวันนี้เลย แล้วถามตัวเองว่า เว็บพวกนี้ลิงก์มาเพราะเนื้อหาเราดีจริงไหม
คำถามที่พบบ่อย
Backlink กับ External link ต่างกันยังไง?
เป็นลิงก์เส้นเดียวกันที่มองคนละฝั่ง เว็บที่ใส่ลิงก์ออกไปเรียกว่า external link หรือลิงก์ออก ส่วนเว็บปลายทางเรียกลิงก์นั้นว่า backlink
ซื้อ Backlink ผิดไหม?
ซื้อลิงก์เพื่อดันอันดับผิดนโยบายสแปมของ Google ส่วนการซื้อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ที่มีลิงก์ทำได้ ถ้าลิงก์นั้นติดป้าย sponsored หรือ nofollow
ลิงก์ nofollow มีประโยชน์ไหม?
มีประโยชน์ เพราะยังพาคนเข้าเว็บได้ และตั้งแต่ปี 2019 Google ถือว่า nofollow เป็นคำใบ้ ไม่ใช่คำสั่งเด็ดขาด แต่ Google ใช้ค่านี้แค่ประกอบการพิจารณา จึงไม่ควรนับว่าลิงก์แบบนี้ช่วยอันดับแน่นอน
เว็บใหม่ไม่มี Backlink เลย ติด Google ได้ไหม?
ได้ แม้ Google จะเจอหน้าเว็บผ่านลิงก์เป็นหลัก แต่เราส่ง Sitemap ให้ Google ได้ และ Google แนะนำให้เริ่มจากทำให้คนรู้จักเว็บก่อน
เจอ Backlink แปลกๆ ต้อง Disavow ไหม?
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง Google บอกว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้เครื่องมือ disavow ควรใช้เมื่อมีลิงก์สแปมจำนวนมาก และลิงก์นั้นทำให้โดนหรือน่าจะโดน manual action
แหล่งอ้างอิง
- Link best practices for Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)
- Spam policies for Google web search (อัปเดต 28 ส.ค. 2026)
- Qualify your outbound links to Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)
- SEO Starter Guide (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)
- Links report, Search Console Help (ไม่ระบุวันที่ ตรวจเมื่อ 23 ต.ค. 2026)