Schema Markup คือ อะไร ใส่ยังไงให้ Google เข้าใจหน้าเว็บ

ผลค้นหาบางเว็บมีราคา ดาวรีวิว หรือเส้นทางหน้าเว็บโผล่มาด้วย ส่วนหนึ่งมาจาก schema markup เรามาแกะกันทีละชั้น

Schema markup คือ โค้ดป้ายกำกับในหน้าเว็บ ที่บอก Google ว่าหน้านี้คืออะไร เช่น บทความ ร้านค้า หรือสินค้า คนอ่านมองไม่เห็นป้ายนี้ แต่เครื่องอ่านได้ทันที

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน

  • Schema markup คือป้ายกำกับในโค้ด ที่บอก Google ว่าหน้าเว็บนี้เป็นเรื่องอะไร
  • Google แนะนำให้เขียนแบบ JSON-LD ถ้าเว็บทำได้
  • ใส่แล้วไม่รับประกันว่าจะได้ผลค้นหาแบบพิเศษ และผล FAQ ไม่แสดงบน Google แล้วตั้งแต่ 7 พ.ค. 2026
  • Google บอกว่าไม่ต้องใส่ schema พิเศษเพื่อขึ้น AI Overviews หรือ AI Mode
  • ข้อมูลใน schema ต้องตรงกับสิ่งที่คนอ่านเห็นบนหน้าเว็บเสมอ

Schema markup คือ อะไร ต่างจาก structured data ไหม?

Schema markup คือการติดป้ายข้อมูลแบบมีโครงสร้าง (structured data) ลงในหน้าเว็บ ด้วยคำศัพท์มาตรฐานของ Schema.org สองคำนี้จึงพูดถึงเรื่องเดียวกัน

ลองนึกถึงโหลขนมในร้านของชำ คนเดินผ่านมองก็รู้ว่าเป็นทองม้วน แต่ถ้าแปะป้ายว่า “ทองม้วน ราคา … บาท” คนที่มองไม่เห็นข้างในก็รู้ทันที

Google ก็คล้ายคนที่อ่านหน้าเว็บผ่านโค้ด อ่านเนื้อหาเข้าใจได้เยอะอยู่แล้ว แต่ป้าย schema ช่วยให้ไม่ต้องเดา ว่านี่คือชื่อร้าน นี่คือที่อยู่ นี่คือวันที่เขียน

Google เขียนไว้เองว่าใช้ structured data ที่เจอบนเว็บ เพื่อเข้าใจเนื้อหาของหน้า

ส่วนคำศัพท์ที่ใช้เขียนป้ายมาจาก Schema.org โครงการที่ Google, Microsoft, Yahoo และ Yandex ร่วมกันตั้งขึ้น

ไดอะแกรมเทียบหน้าเว็บร้านขนมสมมติ ฝั่งซ้ายคือข้อความที่คนอ่านเห็น ฝั่งขวาคือป้าย schema ที่ Google อ่าน เช่น type ชื่อร้าน ที่อยู่ และเวลาเปิด
Schema markup คือป้ายกำกับที่เครื่องอ่าน แต่คนไม่เห็นบนจอ

Schema markup เป็นงานหลังบ้านที่อยู่ในหมวด Technical SEO คือเรื่องที่ทำให้เครื่องอ่านเว็บเราได้ง่าย ไม่ใช่เรื่องเขียนคอนเทนต์โดยตรง

ใส่ schema markup แล้วได้อะไร และไม่ได้อะไร?

Schema markup ช่วยให้ Google เข้าใจหน้าเว็บ และทำให้หน้ามีสิทธิ์แสดงผลค้นหาแบบพิเศษที่เรียกว่า rich result แต่ Google เขียนชัดว่าไม่รับประกันว่าผลแบบพิเศษจะขึ้นเสมอ

Rich result คือผลค้นหาที่มีของแถมมากกว่าลิงก์สีฟ้ากับคำอธิบาย เช่น ราคาสินค้า คะแนนรีวิว เวลาเปิดร้าน หรือเส้นทางหน้าเว็บแบบ หน้าแรก > หมวด > บทความ

ถึงใส่ป้ายถูกครบ Google ก็ยังเลือกเองว่าจะโชว์อะไร ขึ้นกับคำค้นและหน้าตาผลค้นหาตอนนั้น ใส่แล้วไม่ขึ้นก็ไม่ได้แปลว่าทำผิดเสมอไป

อีกเรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อย คือคิดว่ามี schema สำหรับขอขึ้นกล่องคำตอบ Featured Snippet จริงๆ ไม่มีครับ Google บอกว่าเจ้าของเว็บกำหนดเองไม่ได้ ระบบของ Google เป็นคนเลือก

สรุปแบบเพื่อนบอกเพื่อน schema markup คือการทำให้เครื่องเข้าใจเราง่ายขึ้น ไม่ใช่ปุ่มลัดดันอันดับ ใครขายว่าใส่แล้วติดหน้าแรกแน่ อันนั้นต้องระวังนิดนึง

JSON-LD คืออะไร ทำไม Google แนะนำให้ใช้?

JSON-LD คือรูปแบบเขียน schema markup ที่ Google แนะนำ ถ้าเว็บของคุณทำได้ เพราะเขียนแยกเป็นก้อนเดียวในแท็ก script ไม่ต้องไปแทรกปนกับข้อความบนหน้า ดูแลง่ายกว่า

Google รับได้ 3 รูปแบบ คือ JSON-LD, Microdata และ RDFa ทั้งสามแบบใช้ได้เท่ากันถ้าเขียนถูก แต่แบบหลังสองแบบต้องแทรกโค้ดเข้าไปในเนื้อหา เหมือนเขียนป้ายแปะบนขนมทีละชิ้น

ส่วน JSON-LD เหมือนเขียนป้ายรวมไว้แผ่นเดียวแล้ววางไว้ท้ายโหล แก้ทีเดียวจบ ไม่ต้องไปยุ่งกับหน้าตาเว็บเลย

หน้าตาของ JSON-LD เป็นแบบนี้ ตัวอย่างนี้เป็นบทความสมมติของร้านกล้วยตาก ข้อความทั้งหมดแต่งขึ้นเพื่อให้ดูโครง

{
  "@context": "https://schema.org",
  "@type": "Article",
  "headline": "วิธีเก็บกล้วยตากให้กรอบนาน",
  "datePublished": "2026-10-01T09:00:00+07:00",
  "dateModified": "2026-10-20T10:00:00+07:00",
  "author": {
    "@type": "Person",
    "name": "ชื่อผู้เขียน",
    "url": "https://www.example.com/about/"
  }
}

อ่านทีละบรรทัดได้เลย @context บอกว่าใช้คำศัพท์ของ Schema.org @type บอกว่านี่คือบทความ ที่เหลือคือชื่อเรื่อง วันที่ และคนเขียน

บนเว็บจริง ก้อนนี้จะอยู่ในแท็ก script แบบ application/ld+json ที่วางไว้ในส่วน head หรือ body ของหน้า คนอ่านจะไม่เห็นบนจอ แต่ Google อ่านได้

เปรียบเทียบ JSON-LD ที่เขียนป้ายรวมเป็นก้อนเดียวแยกจากเนื้อหา กับ Microdata และ RDFa ที่แปะป้ายแทรกปนในข้อความทีละจุด
JSON-LD แยกจากเนื้อหา จึงดูแลง่ายกว่า

Schema type ไหนที่เว็บเล็กควรรู้จัก?

เว็บเล็กส่วนใหญ่ใช้แค่ 5 type คือ Article (บทความ) Organization (ข้อมูลธุรกิจ) BreadcrumbList (เส้นทางหน้า) LocalBusiness (ร้านที่มีหน้าร้าน) และ Product (สินค้า)

Schema.org มี type ให้เลือกถึง 826 แบบ (ตามหน้า Schemas ของ Schema.org เช็กเมื่อ 22 ต.ค. 2026) ไม่ต้องตกใจนะ

Google ใช้ทำผลค้นหาแบบพิเศษแค่บางส่วน และบางแบบก็เลิกโชว์ไปแล้ว

ตารางนี้สรุปสถานะที่เราเช็กจากเอกสารของ Google เมื่อ 22 ต.ค. 2026

Schema type บอกเรื่องอะไร ผลแบบพิเศษบน Google ยังแสดงไหม
Article บทความ ข่าว บล็อก ชื่อเรื่อง วันที่ คนเขียน ยังอยู่ในรายการของ Google ช่วยให้แสดงชื่อเรื่อง รูป และวันที่ได้ดีขึ้น
Organization ชื่อธุรกิจ โลโก้ ช่องทางติดต่อ ยังอยู่ในรายการของ Google ช่วยเลือกโลโก้ในผลค้นหาและแผงข้อมูลธุรกิจ
BreadcrumbList เส้นทางว่าหน้านี้อยู่หมวดไหนของเว็บ ยังแสดง แต่เฉพาะผลค้นหาบนคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ ม.ค. 2025
LocalBusiness ร้านที่มีหน้าร้าน ชื่อ ที่อยู่ เวลาเปิด ยังอยู่ในรายการของ Google ข้อมูลอาจไปโผล่ในแผงข้อมูลธุรกิจ
Product สินค้า ราคา สถานะสินค้า รีวิว ยังแสดง เช่น ราคา สถานะว่ามีของ และคะแนนรีวิว
FAQPage คำถามและคำตอบบนหน้า ไม่แสดงแล้ว ตั้งแต่ 7 พ.ค. 2026
HowTo ขั้นตอนวิธีทำ ไม่อยู่ในรายการผลแบบพิเศษของ Google แล้ว

เรื่อง FAQ ต้องพูดตรงๆ ตั้งแต่ปี 2023 Google โชว์ผล FAQ แค่เว็บรัฐและเว็บสุขภาพที่น่าเชื่อถือ แล้วก็ประกาศเลิกโชว์ทั้งหมดตั้งแต่ 7 พ.ค. 2026

FAQPage ยังเป็น type ที่ถูกต้องใน Schema.org ใส่ไว้ก็ไม่ผิด แต่อย่าหวังว่าจะได้กล่องคำถามใต้ลิงก์เหมือนสมัยก่อนนะ

ถ้าคุณมีร้านจริง ตัวอย่าง LocalBusiness ก้อนเล็กๆ จะหน้าตาแบบนี้ (ร้านสมมติ) Bakery เป็นประเภทย่อยของ LocalBusiness และ Google ต้องการอย่างน้อยชื่อกับที่อยู่

{
  "@context": "https://schema.org",
  "@type": "Bakery",
  "name": "ร้านขนมบ้านส้ม",
  "address": {
    "@type": "PostalAddress",
    "addressLocality": "เชียงใหม่",
    "addressCountry": "TH"
  },
  "openingHoursSpecification": {
    "@type": "OpeningHoursSpecification",
    "dayOfWeek": ["Monday", "Tuesday", "Wednesday", "Thursday", "Friday"],
    "opens": "08:00",
    "closes": "17:00"
  }
}

ต้องใส่ schema markup พิเศษเพื่อขึ้น AI Overviews ไหม?

ไม่ต้อง Google บอกว่าไม่มี schema.org แบบพิเศษที่ต้องใส่เพื่อขึ้น AI Overviews หรือ AI Mode แต่ยังแนะนำให้ใช้ structured data ตามปกติ และให้ตรงกับข้อความบนหน้า

AI Overviews คือกล่องสรุปคำตอบที่ AI ของ Google เขียนไว้บนสุดของผลค้นหา ส่วน AI Mode คือโหมดที่คุยถามตอบกับ AI ได้ต่อเนื่อง เหมือนถามคนขายในร้านทีละคำถาม

หลายคนเข้าใจว่าต้องมี schema ลับสักตัว AI ถึงจะหยิบเว็บเราไปตอบ ฟังแล้วตื่นเต้นดี แต่เอกสารของ Google ปี 2026 เขียนไว้ตรงกันข้าม

ในคู่มือเรื่องเขียนเว็บให้ AI ของ Google มีประโยคทำนองว่า structured data ไม่ได้จำเป็นสำหรับการค้นหาด้วย AI แต่ยังเป็นเรื่องดีที่จะใช้ต่อในงาน SEO

แปลเป็นภาษาบ้านๆ คือ schema ช่วยให้เครื่องเข้าใจหน้า แต่สิ่งที่ทำให้ AI หยิบไปตอบ ยังเป็นเนื้อหาที่ตอบตรงคำถามและน่าเชื่อถือ อ่านต่อได้ในเรื่อง AI Overview และ AEO

WordPress กับ Yoast SEO ใส่ schema markup ให้อัตโนมัติแค่ไหน?

Yoast SEO ใส่ schema แบบ JSON-LD ให้ทุกหน้าอัตโนมัติ ทั้ง WebSite, WebPage และ Organization หรือ Person ส่วนหน้าบทความจะได้ Article เพิ่ม ไม่ต้องเขียนโค้ดเอง

Yoast จะรวมป้ายทั้งหมดเป็นก้อนเดียวที่เรียกว่า graph แต่ละป้ายจับมือกัน เช่น บทความนี้อยู่ในหน้านี้ หน้านี้อยู่ในเว็บนี้ เว็บนี้เป็นของธุรกิจนี้

ผัง graph ของ Yoast SEO ที่เชื่อม WebSite กับ Organization หรือ Person แล้วต่อไปที่ WebPage, BreadcrumbList และ Article ของหน้าบทความ
Yoast SEO ต่อป้ายทุกชิ้นเข้าด้วยกันให้อัตโนมัติ

สิ่งที่คุณควรเช็กเองมีแค่ไม่กี่จุด

  • Site representation ในตั้งค่า Yoast เลือกว่าเว็บเป็นของบุคคลหรือองค์กร แล้วใส่ชื่อกับโลโก้ให้ครบ
  • แท็บ Schema ในแถบ Yoast ของแต่ละหน้า ใช้เปลี่ยนประเภทหน้าหรือประเภทบทความได้
  • บล็อก FAQ และ How-to ของ Yoast ยังใส่ markup ให้ แต่ Google ไม่โชว์ผลแบบ FAQ และ HowTo แล้ว

ถ้าลงปลั๊กอิน schema อีกตัวคู่กับ Yoast ลองเช็กว่าหน้าเดียวมีป้ายเรื่องเดียวกันสองชุดไหม ป้ายซ้ำที่ข้อมูลไม่ตรงกันจะทำให้เครื่องสับสนเปล่าๆ

เช็ก schema markup บนหน้าเว็บยังไง?

เช็ก schema markup ได้ฟรีด้วย 2 เครื่องมือ คือ Rich Results Test ของ Google ที่บอกว่าหน้ามีสิทธิ์ได้ผลแบบพิเศษอะไร และ Schema Markup Validator ที่ตรวจ schema ทุก type

  1. เปิด Rich Results Test ที่ search.google.com/test/rich-results แล้ววาง URL ของหน้าที่อยากเช็ก หรือเลือกแบบวางโค้ดก็ได้
  2. รอผลแล้วดูรายการที่เครื่องมือเจอ เช่น Article หรือ Breadcrumbs กดเข้าไปดูว่ามีข้อผิดพลาดหรือคำเตือนไหม
  3. เทียบค่าที่เครื่องมืออ่านได้ กับสิ่งที่เห็นบนหน้าจริง เช่น ชื่อเรื่อง วันที่ ราคา ต้องตรงกันทุกตัว
  4. เปิด Schema Markup Validator ที่ validator.schema.org แล้ววาง URL เดิม เพื่อดูป้ายทั้งหมด รวมถึง type ที่ Google ไม่มีผลแบบพิเศษให้ เช่น WebSite หรือ FAQPage
  5. ถ้าเว็บต่อ Google Search Console (เครื่องมือฟรีของ Google ที่บอกสุขภาพเว็บเรา) แล้ว ให้ดูรายงานสถานะ rich result และใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL หลังแก้ไขเสร็จ

Rich Results Test ตรวจแบบมือถือเป็นค่าเริ่มต้น สลับเป็นคอมพิวเตอร์ได้

ถ้าผลบอกว่า “valid” แต่มีคำเตือน รายการนั้นยังนับว่าใช้ได้ ส่วนรายการที่ขึ้นว่า “invalid” คือต้องรีบแก้

เทียบเครื่องมือ Rich Results Test ที่ดูสิทธิ์ผลแบบพิเศษบน Google กับ Schema Markup Validator ที่ตรวจป้ายทุก type ตามมาตรฐาน Schema.org
ใช้คู่กัน เครื่องมือหนึ่งดูมุม Google อีกเครื่องมือดูมาตรฐาน

ใส่ schema markup ผิดแบบไหนบ่อยที่สุด?

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือข้อมูลใน schema ไม่ตรงกับสิ่งที่คนอ่านเห็นบนหน้า Google ห้ามใส่ markup ให้เนื้อหาที่มองไม่เห็น และถ้าผิดกฎอาจโดน manual action

Manual action คือการลงโทษที่คนของ Google ตรวจแล้วสั่งเอง

ข่าวดีคือการลงโทษเรื่อง structured data จะตัดสิทธิ์ผลแบบพิเศษ แต่ Google บอกว่าไม่กระทบอันดับในผลค้นหาเว็บปกติ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรเสี่ยงนะ

  • ใส่ดาวรีวิวที่ไม่มีบนหน้า เช่น ใส่คะแนนเต็มใน schema แต่หน้าไม่มีรีวิวให้เห็นเลย ปี 2026 Google ยังเพิ่มกฎเรื่องรีวิวปลอมด้วย
  • ราคาหรือเวลาเปิดไม่อัปเดต แก้ราคาบนหน้าแล้ว แต่ลืมแก้ใน schema
  • ป้ายซ้ำสองชุด จากปลั๊กอินสองตัวที่ใส่ข้อมูลไม่ตรงกัน
  • URL ไม่ตรงกับ URL หลัก เช่น schema ใช้แบบไม่มี www แต่หน้าใช้แบบมี www ควรใช้ URL เดียวกับ canonical ของหน้า
  • ใส่ type ที่ไม่ตรงกับหน้า เช่น ติดป้าย Product ให้หน้าบทความรีวิว ทั้งที่หน้าไม่ได้ขายของ

หลักจำง่ายๆ ป้ายบนโหลต้องตรงกับขนมข้างใน ถ้าเขียนว่าทองม้วนแต่ข้างในเป็นถั่วตัด คนซื้อก็เคืองครับ 555

คำถามที่พบบ่อย

Schema markup กับ structured data ต่างกันไหม?

แทบไม่ต่าง structured data คือข้อมูลแบบมีโครงสร้างที่บอกว่าหน้าเว็บเป็นเรื่องอะไร ส่วน schema markup คือการเขียนข้อมูลนั้นด้วยคำศัพท์ของ Schema.org

Schema markup ช่วยให้ติดอันดับดีขึ้นไหม?

Google ไม่ได้บอกว่าใส่แล้วอันดับขึ้น สิ่งที่ Google บอกคือ schema ช่วยให้เข้าใจหน้า และทำให้หน้ามีสิทธิ์ได้ผลค้นหาแบบพิเศษ ซึ่งก็ไม่รับประกันว่าจะแสดง

Schema คือ อะไรในเว็บ WordPress?

บน WordPress schema คือโค้ด JSON-LD ที่ปลั๊กอินอย่าง Yoast SEO ใส่ให้อัตโนมัติ บอกว่าเว็บเป็นของใคร หน้าเป็นหน้าอะไร และใครเขียน แก้ประเภทหน้าได้ที่แท็บ Schema ของ Yoast

ยังควรใส่ FAQPage schema อยู่ไหม?

ใส่ได้ไม่ผิด เพราะยังเป็น type ที่ถูกต้องของ Schema.org แต่ Google เลิกแสดงผลแบบ FAQ ในผลค้นหาตั้งแต่ 7 พ.ค. 2026 จึงไม่ควรหวังกล่องคำถามใต้ลิงก์

JSON-LD ต้องวางไว้ตรงไหนของหน้า?

วางในแท็ก script แบบ application/ld+json ได้ทั้งในส่วน head และ body ของหน้า Google อ่านได้ทั้งสองที่ และอ่านได้แม้ JSON-LD ถูกเพิ่มเข้ามาด้วย JavaScript

เช็ก schema markup ฟรีได้ที่ไหน?

ใช้ Rich Results Test ของ Google เพื่อดูว่าหน้ามีสิทธิ์ได้ผลแบบพิเศษอะไร และใช้ Schema Markup Validator ที่ validator.schema.org เพื่อตรวจ schema ทุก type ตามมาตรฐาน

แหล่งอ้างอิง

ทีมงาน Rungwat SEO

เขียนโดย

ทีมงาน Rungwat SEO

เราเขียนเรื่อง SEO, AEO และ GEO ให้อ่านง่ายแบบเพื่อนเล่าให้ฟัง ทุกบทความเช็กข้อมูลกับเอกสารทางการของ Google และแหล่งต้นทาง ก่อนลงเว็บ และกลับมาอัปเดตเมื่อข้อมูลเปลี่ยน

รู้จักเราเพิ่มเติม