Off-Page SEO คืออะไร ทำอะไรได้บ้างนอกเว็บ (อัปเดต 2026)

เคยสงสัยไหม ทำไมสองเว็บที่ดีพอๆ กันถึงติด Google ไม่เท่ากัน คำตอบส่วนหนึ่งอาจอยู่นอกเว็บ ในเรื่องที่เรียกว่า Off-Page SEO ครับ

Off-Page SEO คือ งาน SEO ที่เกิดขึ้นนอกเว็บของเรา เช่น การได้ลิงก์จากเว็บอื่น การถูกพูดถึง Google Business Profile และรีวิวจากลูกค้า ช่วยให้คนรู้จักเว็บเรา และลิงก์ก็เป็นสัญญาณที่ Google ใช้ด้วย

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน

  • Off-Page SEO คือทุกอย่างนอกเว็บ ส่วน On-Page SEO คือสิ่งที่ปรับในหน้าเว็บเอง
  • Google ใช้ลิงก์เป็นสัญญาณดูว่าหน้าไหนเกี่ยวข้อง และใช้ลิงก์หาหน้าใหม่
  • ร้านที่มีหน้าร้าน รีวิวและ Google Business Profile ช่วยอันดับในพื้นที่ได้
  • ซื้อลิงก์ แลกลิงก์เยอะๆ หรือแจกของแลกรีวิว ผิดกฎของ Google
  • วิธีที่ปลอดภัยคือทำของดีให้คนอยากอ้างถึง แล้วออกไปให้คนรู้จัก

Off-Page SEO คืออะไร ต่างจาก On-Page SEO ยังไง?

Off-Page SEO คืองาน SEO ที่เกิดนอกเว็บของเรา ส่วน On-Page SEO คือการปรับสิ่งที่อยู่ในหน้าเว็บเอง เช่น เนื้อหา หัวข้อ และชื่อหน้าที่โชว์ใน Google

ลองนึกถึงร้านขนมหน้าโรงเรียนดูนะ ขนมอร่อย ร้านสะอาด ป้ายอ่านง่าย อันนี้คือส่วนที่เจ้าของร้านทำเองได้ในร้าน

แต่ถ้าเด็กๆ ไปบอกต่อกันในห้อง ผู้ปกครองพูดถึงในกลุ่มไลน์ หรือมีคนเขียนรีวิวให้ อันนี้เกิดนอกร้าน เจ้าของสั่งเองไม่ได้ นี่แหละคือภาพของ Off-Page SEO

แผนภาพ SEO 3 ส่วน On-Page SEO คือสิ่งในหน้าเว็บ Technical SEO คือหลังบ้านเว็บ และ Off-Page SEO คือสิ่งนอกเว็บ เช่น ลิงก์จากเว็บอื่น การถูกพูดถึง Business Profile และรีวิว
On-Page กับ Technical เราแก้เองในเว็บได้ ส่วน Off-Page SEO เกิดนอกเว็บ

ในเว็บจริง SEO มักแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนในหน้าเว็บอ่านต่อได้ที่ On-Page SEO ส่วนหลังบ้านอย่างความเร็วและการให้ Google เข้าเก็บหน้าได้ อ่านที่ Technical SEO

สมมติว่าน้องบัวเขียนสูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดไว้ในเว็บของตัวเอง คนลองทำแล้วชอบ เลยเอาไปเล่าต่อในเว็บบอร์ดพร้อมลิงก์กลับมาที่สูตรต้นฉบับ

ลิงก์แบบนี้น้องบัวไม่ได้ขอ ไม่ได้จ่าย คือ Off-Page SEO แบบธรรมชาติ ไม่ผิดกฎข้อไหนเลย

Off-Page SEO ยังสำคัญอยู่ไหมในปี 2026?

Off-Page SEO ยังสำคัญ เพราะ Google เขียนไว้ว่าใช้ลิงก์เป็นสัญญาณช่วยตัดสินว่าหน้าไหนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ค้น และใช้ลิงก์หาหน้าใหม่ แต่ลิงก์เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด

คู่มือ SEO Starter Guide ของ Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) บอกว่าหน้าใหม่ส่วนใหญ่ที่ Google เจอในแต่ละวัน เจอผ่านลิงก์ และการที่เว็บอื่นลิงก์มาหาเรา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเองตามเวลา

ในคู่มือเดียวกัน Google บอกว่า PageRank ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ลิงก์ ยังเป็นหนึ่งในระบบพื้นฐาน แต่ Google Search มีอะไรมากกว่าลิงก์อีกเยอะ

สิ่งที่เปลี่ยนไปจากยุคบทความเดิมของเราปี 2017 คือ การจัดการลิงก์สแปมอยู่ในระบบจัดอันดับหลักของ Google แล้ว ระบบ Penguin ที่ Google ทำมาสู้ลิงก์สแปม ถูกรวมเข้าระบบหลักตั้งแต่ปี 2016

แล้วเมื่อ 14 ธ.ค. 2022 Google ประกาศว่าใช้ระบบ AI ชื่อ SpamBrain ทำให้ลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติไม่มีผล และเครดิตที่ลิงก์พวกนั้นเคยส่งมาจะหายไปด้วย ปั่นลิงก์เยอะๆ เลยเสี่ยงเสียแรงฟรี

ส่วนคำถามว่า AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini เลือกเว็บไหนไปตอบ เป็นอีกเรื่องที่เราแยกไว้ที่ GEO คืออะไร

Off-Page SEO มีอะไรบ้าง?

Off-Page SEO หลักๆ มี 6 อย่าง คือ ลิงก์จากเว็บอื่น (backlink) การถูกพูดถึง Google Business Profile รีวิว social media และ PR กับกิจกรรมในชุมชน แต่ละอย่างช่วยคนละแบบ และเสี่ยงไม่เท่ากัน

กิจกรรม ช่วยยังไง ความเสี่ยง
ได้ลิงก์จากเว็บอื่นแบบธรรมชาติ Google ใช้ลิงก์ดูว่าหน้าไหนเกี่ยวข้อง และใช้หาหน้าใหม่ ต่ำ ถ้าไม่ได้ซื้อหรือแลก
ซื้อลิงก์หรือแลกลิงก์เยอะๆ Google พยายามทำให้ลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติไม่มีผล สูง อาจโดนบทลงโทษแบบ manual action
Google Business Profile ช่วยให้ร้านขึ้นในผลค้นหาแบบพื้นที่และ Google Maps ต่ำ ถ้าข้อมูลร้านถูกต้อง
รีวิวจากลูกค้า จำนวนรีวิวและคะแนนดีช่วยอันดับในพื้นที่ได้ สูง ถ้าแจกของแลกรีวิวหรือให้พนักงานรีวิว
Social media ให้คนที่สนใจเห็นคอนเทนต์ใหม่เร็วขึ้น ต่ำ แต่ Google ไม่ได้บอกว่ายอดไลก์ช่วยอันดับ
PR และกิจกรรมในชุมชน คนรู้จักชื่อมากขึ้น และอาจลิงก์มาเอง ต่ำ ถ้าลิงก์ที่จ่ายเงินติด sponsored หรือ nofollow

Backlink หรือลิงก์จากเว็บอื่นที่ชี้มาหาเรา ยังเป็นตัวหลักของ Off-Page SEO เราเขียนแยกไว้ละเอียดแล้วที่ Backlink คืออะไร ทั้งประเภทลิงก์และวิธีดูว่าใครลิงก์มาหาเรา

คำว่า sponsored กับ nofollow ที่เจอในตาราง คือป้ายเล็กๆ ที่ติดในโค้ดลิงก์ เหมือนแปะสติกเกอร์บอก Google ว่าลิงก์นี้เป็นโฆษณา หรือไม่ต้องนับก็ได้ เราแยกเล่าไว้อีกหน้า

ส่วนคำที่กดได้บนลิงก์ หรือ anchor text ก็มีเรื่องให้ระวังเหมือนกัน

Google Business Profile และรีวิว ช่วย Off-Page SEO ยังไง?

ถ้ามีหน้าร้านหรือให้บริการในพื้นที่ Google Business Profile และรีวิวเป็น Off-Page SEO ที่ Google อธิบายไว้ชัดที่สุด เพราะ Google บอกเองว่าจำนวนรีวิวและคะแนนที่ดีช่วยอันดับในพื้นที่ได้

Google Business Profile คือโปรไฟล์ร้านที่ขึ้นบน Google Search และ Maps มีชื่อร้าน เวลาเปิด รูป และรีวิว เหมือนป้ายหน้าร้านที่ติดอยู่บนแผนที่

หน้า Help ของ Google Business Profile บอกว่าผลค้นหาแบบพื้นที่ดู 3 เรื่องหลัก คือ ตรงกับสิ่งที่คนค้นไหม ร้านอยู่ไกลแค่ไหน และร้านเป็นที่รู้จักแค่ไหน

ภาพหน้าจอจริงจาก Google Business Profile Help หน้า Tips to improve your local ranking on Google หัวข้อ Relevance Distance และ Prominence ที่ระบุว่าจำนวนเว็บที่ลิงก์มาและจำนวนรีวิวมีผลต่ออันดับในพื้นที่
ภาพหน้าจอจริงจาก Google Business Profile Help 3 เรื่องที่ใช้จัดอันดับธุรกิจในพื้นที่

เรื่องที่สามนี่แหละที่เป็น Off-Page SEO เต็มๆ Google เขียนว่าเรื่องนี้ดูจากข้อมูลอย่างจำนวนเว็บที่ลิงก์มาหาร้าน และจำนวนรีวิวที่ร้านมีด้วย ส่วนอันดับจะจ่ายเงินซื้อก็ไม่ได้นะ Google บอกไว้ชัด

วิธีขอรีวิวที่ Google แนะนำคือส่งลิงก์ให้ลูกค้ากด หรือให้สแกน QR code แล้วตอบรีวิวอย่างสุภาพ เพราะคำตอบของเราเป็นสาธารณะ ใครเปิดดูก็เห็น

แต่มีเส้นที่ห้ามข้าม แจกส่วนลดแลกรีวิว ฟังดูใจดีนะ แต่ผิดกฎตรงๆ ^_^ นโยบายของ Google ยังห้ามเลือกขอเฉพาะลูกค้าที่น่าจะให้คะแนนดี และห้ามให้พนักงานหรือคนที่มีส่วนได้เสียมารีวิวร้านตัวเอง

Social media และการถูกพูดถึง ช่วยอันดับจริงไหม?

Google จัด social media ไว้ในหมวดโปรโมตเว็บ เพื่อให้คนที่สนใจเจอคอนเทนต์ใหม่เร็วขึ้น เอกสารของ Google ไม่ได้บอกว่ายอดไลก์หรือยอดแชร์ช่วยดันอันดับโดยตรง

ใน SEO Starter Guide Google ยกวิธีโปรโมตไว้หลายทาง ทั้ง social media การร่วมกิจกรรมในชุมชน โฆษณาทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และการบอกปากต่อปาก

การบอกปากต่อปาก Google เรียกว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้ผลและอยู่ได้นานที่สุด แต่ต้องใช้เวลา แถม Google ยังเตือนว่าโปรโมตมากเกินไปก็ทำร้ายเว็บตัวเองได้

แล้วการถูกพูดถึงชื่อแบรนด์โดยไม่มีลิงก์ล่ะ Google ไม่ได้เขียนอธิบายไว้ในเอกสารว่าใช้จัดอันดับยังไง เราเลยไม่ขอฟันธง

ที่แน่ๆ คือคนที่รู้จักชื่อเราแล้ว จะค้นหาเราเจอง่ายขึ้น และวันหนึ่งก็อาจลิงก์มาหาเราเองโดยไม่ต้องขอ

Google พูดว่าอะไร เทียบกับความเชื่อเก่าเรื่อง Off-Page SEO

ความเชื่อเก่าหลายข้อเรื่อง Off-Page SEO ไม่มีเอกสารของ Google รองรับ และบางข้อผิดนโยบายสแปมตรงๆ เช่น ซื้อลิงก์ได้ถ้าเว็บเนื้อหาเกี่ยวข้อง

บอกตรงๆ ว่าบทความเดิมของเราเมื่อปี 2017 ก็เคยเขียนบางข้อไว้แบบนี้ เลยขอแก้ให้ตรงตรงนี้เลย ยุคนั้นใครๆ ก็เชื่อกันแบบนี้ 555

ความเชื่อเดิม สิ่งที่ Google บอกตอนนี้
ซื้อลิงก์ได้ ถ้าเว็บนั้นเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรา ซื้อขายลิงก์เพื่ออันดับคือลิงก์สแปม ลิงก์ที่จ่ายเงินต้องติด sponsored หรือ nofollow
ต้องมีลิงก์รูปภาพประมาณ 5 ถึง 10% ของลิงก์ทั้งหมด ไม่มีสัดส่วนแบบนี้ในเอกสาร Google ลิงก์ที่เป็นรูป Google ใช้ alt text แทนข้อความลิงก์
ใส่ rel=”dofollow” แล้วลิงก์จะส่งคะแนน เอกสาร Google พูดถึงค่า rel แค่ sponsored, ugc และ nofollow ลิงก์ปกติไม่ต้องใส่อะไร
ลิงก์ nofollow ไม่มีผลอะไรเลย ตั้งแต่ 10 ก.ย. 2019 Google ถือค่า rel เหล่านี้เป็นแค่คำใบ้ว่าควรนับลิงก์ไหม
ยิ่งลิงก์เยอะ ยิ่งอันดับดี PageRank เป็นแค่ระบบหนึ่ง และลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติถูกทำให้ไม่มีผล
แลกลิงก์กับเพื่อนเยอะๆ ช่วยได้ แลกลิงก์มากเกินไปเพื่อลิงก์หากัน อยู่ในตัวอย่างลิงก์สแปม

อีกเรื่องที่คนชอบถามคือคะแนน DA (Domain Authority) อันนี้เป็นคะแนนที่บริษัทเครื่องมือ SEO คิดขึ้นเอง ไม่ใช่คะแนนจาก Google เราแยกเล่าไว้อีกหน้า

Off-Page SEO แบบไหนเสี่ยงโดน Google ลงโทษ?

Off-Page SEO ที่เสี่ยงคือการสร้างลิงก์เพื่อปั่นอันดับ ซึ่ง Google เรียกว่าลิงก์สแปม เช่น ซื้อขายลิงก์ แลกลิงก์มากเกินไป ใช้โปรแกรมสร้างลิงก์ และฝากลิงก์ในคอมเมนต์เว็บบอร์ด

นโยบายสแปมของ Google (อัปเดต 28 ส.ค. 2026) นิยามลิงก์สแปมว่า การสร้างลิงก์เข้าหรือออกจากเว็บ โดยตั้งใจหลักเพื่อปั่นอันดับ

ภาพหน้าจอจริงจากหน้า Spam policies ของ Google Search Central หัวข้อ Link spam นิยามลิงก์สแปม และตัวอย่างการซื้อขายลิงก์และการแลกลิงก์มากเกินไป
ภาพหน้าจอจริงจาก Google Search Central นิยามและตัวอย่างลิงก์สแปม

ตัวอย่างที่ Google ยกไว้ในหน้าเดียวกัน แปลแบบสั้นๆ ได้ประมาณนี้

  • จ่ายเงิน ให้ของ หรือส่งสินค้าไปแลกกับโพสต์ที่มีลิงก์กลับมา
  • แลกลิงก์กันมากเกินไป หรือทำหน้า partner ไว้ลิงก์หากันอย่างเดียว
  • ใช้โปรแกรมหรือบริการอัตโนมัติสร้างลิงก์
  • บังคับให้ใส่ลิงก์กลับมาในสัญญาหรือเงื่อนไขการใช้งาน โดยไม่ให้อีกฝ่ายเลือกติด nofollow
  • ลิงก์ใน widget ที่แจกไปติดหลายเว็บ และลิงก์ใน footer ที่กระจายไปหลายเว็บ
  • ลิงก์จาก directory หรือเว็บ bookmark คุณภาพต่ำ
  • คอมเมนต์ในเว็บบอร์ดที่ฝากลิงก์แบบยัดคำค้นไว้ในโพสต์หรือลายเซ็น
  • บทความ guest post หรือ press release แบบจ่ายเงิน ที่มีลิงก์ส่งผลต่ออันดับ

ข้อนี้สำคัญ การจ่ายเงินลงโฆษณาที่มีลิงก์ไม่ได้ผิดเสมอไป Google บอกว่าทำได้ ถ้าติด rel=”sponsored” หรือ rel=”nofollow” ที่ลิงก์นั้น

ถ้าโดนจับได้ บางเว็บจะได้รับ manual action คือบทลงโทษที่ทีมงาน Google ตัดสินเอง เหมือนครูเรียกไปพบ ชื่อว่า Unnatural links to your site

แจ้งเตือนนี้จะขึ้นใน Search Console ต้องขอให้เจ้าของเว็บเอาลิงก์ออกหรือติด nofollow แล้วกดขอให้ Google ตรวจใหม่ ถ้ายังไม่เคยใช้ เริ่มได้ที่ Google Search Console คืออะไร

ฟังแล้วอาจใจเสียนิดๆ ว่าเคยแลกลิงก์กับเพื่อนไปแล้ว ไม่ต้องตกใจนะ ตัวอย่างที่ Google เขียนคือแลกลิงก์กัน “มากเกินไป” เพื่อลิงก์หากันอย่างเดียว ไม่ใช่การลิงก์หาเพื่อนตามปกติ

เริ่มทำ Off-Page SEO ยังไงให้ปลอดภัย?

เริ่ม Off-Page SEO ให้ปลอดภัยด้วยการทำหน้าที่คนอยากอ้างถึงก่อน แล้วค่อยออกไปให้คนรู้จัก โดยไม่ซื้อลิงก์และไม่แลกของกับรีวิว ทำทีละขั้นตามนี้

แผนภาพ 5 ขั้นเริ่ม Off-Page SEO แบบปลอดภัย ทำหน้าที่คนอยากอ้างถึง ตั้งค่า Google Business Profile ขอรีวิวจากลูกค้าจริง ออกไปช่วยในชุมชนและสื่อ และเช็กรายงานลิงก์ใน Search Console เดือนละครั้ง
5 ขั้นเริ่ม Off-Page SEO โดยไม่ซื้อลิงก์และไม่แลกของกับรีวิว
  1. ทำหน้าที่คนอยากอ้างถึง เช่น สูตร ราคา ตาราง หรือคำตอบที่ตรงและหาที่อื่นไม่ได้
  2. ตั้งค่า Google Business Profile ถ้ามีหน้าร้านหรือให้บริการในพื้นที่ ใส่ข้อมูลให้ครบและตรงกับความจริง
  3. ขอรีวิวจากลูกค้าจริง ส่งลิงก์หรือ QR code ให้ทุกคน ไม่เลือกเฉพาะคนที่ชอบ และไม่แจกของแลกรีวิว
  4. ออกไปช่วยในชุมชนและสื่อ ตอบคำถามในกลุ่มที่เกี่ยวกับงานเรา ให้ข้อมูลกับสื่อหรือสมาคม ถ้าจ่ายเงินลงบทความ ให้ลิงก์ติด sponsored
  5. เช็กรายงานลิงก์เดือนละครั้ง ใน Search Console ดูว่าเว็บไหนลิงก์มา หน้าไหนถูกลิงก์มากที่สุด

วิธีหาลิงก์ดีๆ แบบละเอียด เราแยกเล่าไว้อีกหน้า ส่วนเรื่องลิงก์ทั้งหมดก็รวมไว้เป็นหมวดเดียวกันแล้ว

รายงาน Links ใน Search Console ไม่ได้แสดงลิงก์ครบทุกอัน Google เขียนไว้เองว่าเป็นแค่ตัวอย่าง เลยใช้ดูแนวโน้มพอ ไม่ต้องนั่งนับทีละลิงก์

ลองเริ่มจากข้อ 1 ก่อนก็ได้ เปิดดูหน้าที่ดีที่สุดในเว็บคุณ แล้วถามตัวเองว่า ถ้าเป็นคนอื่น อยากลิงก์มาหน้านี้ไหม ถ้าคำตอบคือยัง ก็รู้แล้วว่าต้องเริ่มตรงไหน

คำถามที่พบบ่อย

Off-Page SEO กับ On-Page SEO อันไหนสำคัญกว่า?

ต้องทำทั้งสองอย่าง On-Page SEO ทำให้หน้าเว็บตอบคำถามได้ดี ส่วน Off-Page SEO ทำให้คนอื่นรู้จักและอ้างถึงหน้านั้น ถ้าหน้าเว็บยังไม่ดี คนก็ไม่อยากลิงก์มา

ทำ Off-Page SEO ด้วยตัวเองได้ไหม?

ทำเองได้ เริ่มจากตั้งค่า Google Business Profile ถ้ามีหน้าร้าน ขอรีวิวจากลูกค้าจริง ช่วยตอบคำถามในชุมชนที่เกี่ยวกับงานของเรา และดูรายงาน Links ใน Search Console เดือนละครั้ง

ซื้อ Backlink ผิดกฎ Google ไหม?

ซื้อลิงก์เพื่อให้อันดับดีขึ้นผิดนโยบายลิงก์สแปมของ Google แต่การจ่ายเงินลงโฆษณาที่มีลิงก์ทำได้ ถ้าลิงก์นั้นติด rel=”sponsored” หรือ rel=”nofollow”

Social media ช่วย SEO ไหม?

Social media ช่วยให้คนเห็นคอนเทนต์ใหม่เร็วขึ้น Google จัดไว้เป็นวิธีโปรโมตเว็บ แต่เอกสารของ Google ไม่ได้บอกว่ายอดไลก์หรือยอดแชร์ช่วยดันอันดับโดยตรง

รีวิวใน Google ช่วยอันดับไหม?

ช่วยในผลค้นหาแบบพื้นที่ Google Business Profile Help เขียนว่ารีวิวที่มากขึ้นและคะแนนที่ดีช่วยอันดับในพื้นที่ได้ แต่ห้ามแจกของหรือส่วนลดแลกรีวิว

Off-Page SEO ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล?

Google ไม่ได้ให้ตัวเลขเวลาไว้ Google บอกเพียงว่าการที่เว็บอื่นลิงก์มาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเองตามเวลา และการบอกปากต่อปากต้องใช้เวลา จึงควรทำต่อเนื่องและดูผลเป็นรายเดือน

แหล่งอ้างอิง

ทีมงาน Rungwat SEO

เขียนโดย

ทีมงาน Rungwat SEO

เราเขียนเรื่อง SEO, AEO และ GEO ให้อ่านง่ายแบบเพื่อนเล่าให้ฟัง ทุกบทความเช็กข้อมูลกับเอกสารทางการของ Google และแหล่งต้นทาง ก่อนลงเว็บ และกลับมาอัปเดตเมื่อข้อมูลเปลี่ยน

รู้จักเราเพิ่มเติม