Backlink อันตราย แบบไหนเสี่ยง ดูยังไง ต้องทำอะไร

เห็นเว็บแปลกๆ ลิงก์มาหาเว็บเราแล้วนอนไม่หลับ หรือกำลังคิดจะจ้างคนยิงลิงก์อยู่พอดี ลองอ่านเรื่องนี้ก่อนนะ

Backlink อันตราย คือ ลิงก์จากเว็บอื่นที่ทำขึ้นมาเพื่อปั่นอันดับใน Google เช่น ซื้อลิงก์ แลกลิงก์กันมากเกินไป หรือใช้โปรแกรมยิงลิงก์ Google เรียกลิงก์แบบนี้ว่าลิงก์สแปม

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน

  • Backlink อันตราย คือลิงก์ที่ทำขึ้นเพื่อปั่นอันดับ Google เรียกว่าลิงก์สแปม
  • ตัวอย่างที่ Google ระบุ เช่น ซื้อขายลิงก์ แลกลิงก์มากเกินไป และใช้โปรแกรมยิงลิงก์
  • ลิงก์ขยะที่เราไม่ได้ทำเอง ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำอะไร เพราะ Google จับสแปมได้เองเป็นส่วนใหญ่
  • เช็กว่าโดนลงโทษไหมที่รายงานการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ใน Search Console
  • Disavow หรือการบอก Google ว่าอย่านับลิงก์ไหน ใช้เฉพาะเมื่อมีลิงก์สแปมเยอะ และโดนหรือน่าจะโดนลงโทษ

Backlink อันตรายคืออะไร Google เรียกว่าอะไร?

Backlink อันตรายคือลิงก์ที่สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อปั่นอันดับการค้นหา ในเอกสารภาษาไทยของ Google เรียกว่า “สแปมลิงก์” ส่วนบทความนี้ขอเรียกว่าลิงก์สแปม

Backlink ก็คือลิงก์จากเว็บอื่นที่ชี้มาหาเว็บเรา ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องพื้นฐาน อ่าน Backlink คืออะไร สำคัญกับ SEO ยังไง ก่อนก็ได้ครับ

ลองนึกถึงการเลือกหัวหน้าห้องนะ เพื่อนโหวตให้เพราะชอบเราจริงๆ นั่นคือคะแนนจริง แต่ถ้าเอาขนมไปแลกคะแนนโหวต นั่นคือโกง

Backlink ก็คล้ายกัน ลิงก์ที่คนอื่นให้เองเพราะเนื้อหาเรามีประโยชน์ คือคะแนนจริง ลิงก์ที่ซื้อหรือปั่นขึ้นมาเอง คือคะแนนปลอม

จุดที่ตัดสินคือ “ตั้งใจปั่นอันดับหรือเปล่า” ไม่ใช่แค่หน้าตาของเว็บที่ลิงก์มา เว็บเล็กๆ ที่ลิงก์มาเองตามธรรมชาติ ไม่ได้อันตรายเพราะมันเล็ก

ส่วนคะแนนความเสี่ยงสีแดงๆ ที่เครื่องมือเช็กลิงก์บางตัวคำนวณให้ เป็นสูตรของเครื่องมือนั้นเอง

ในเอกสารของ Google ที่เราอ่าน ไม่มีคะแนนแบบนี้เลย อย่าเพิ่งตกใจกับตัวเลขนั้นนะ

Backlink แบบไหนที่ Google นับเป็นลิงก์สแปม?

นโยบายสแปมของ Google (อัปเดต 28 ส.ค. 2026) ยกตัวอย่างลิงก์สแปมไว้ เช่น ซื้อขายลิงก์เพื่ออันดับ แลกลิงก์มากเกินไป ใช้โปรแกรมสร้างลิงก์อัตโนมัติ และลิงก์จากไดเรกทอรีคุณภาพต่ำ

เราสรุปตัวอย่างจากนโยบายมาไว้ในตารางด้านล่าง คอลัมน์ขวาเป็นตัวอย่างใกล้ตัวที่เราแต่งขึ้น ให้เห็นภาพว่าของจริงหน้าตาประมาณไหน

ไดอะแกรมเทียบ Backlink ที่เสี่ยงตามตัวอย่างลิงก์สแปมในนโยบาย Google 6 แบบ กับลิงก์ที่ไม่ผิดนโยบาย คือลิงก์โฆษณาที่ติด sponsored หรือ nofollow และลิงก์ที่คนอื่นให้เอง
ตัวอย่างลิงก์สแปมจากนโยบายของ Google เทียบกับลิงก์ที่ไม่ผิดนโยบาย
ตัวอย่างลิงก์สแปมในนโยบาย Google หน้าตาที่อาจเจอ (ตัวอย่างสมมติ)
ซื้อหรือขายลิงก์เพื่ออันดับ รวมถึงแลกด้วยของ บริการ หรือส่งสินค้าให้รีวิวแลกลิงก์ จ่ายเงินให้เว็บอื่นเขียนบทความแล้วใส่ลิงก์มาหาเรา
แลกลิงก์กันมากเกินไป “ลิงก์มาหาฉัน แล้วฉันจะลิงก์กลับ” ทำกับเว็บเป็นร้อยเว็บ
ใช้โปรแกรมหรือบริการสร้างลิงก์อัตโนมัติ โปรแกรมโพสต์เว็บบอร์ดทีละพันกระทู้
ลิงก์ใน footer หรือเทมเพลตที่กระจายไปหลายเว็บ ลิงก์ท้ายเว็บที่โผล่ทุกหน้า ในหลายเว็บพร้อมกัน
ไดเรกทอรีหรือเว็บบุ๊กมาร์กคุณภาพต่ำ เว็บรวมลิงก์ที่ใครก็ฝากได้ ไม่มีคนตรวจ
คอมเมนต์ในฟอรัมที่ยัดลิงก์คีย์เวิร์ดในโพสต์หรือลายเซ็น เขียนว่า “ขอบคุณครับ” แล้วตามด้วยลิงก์คีย์เวิร์ดยาวเหยียด
บทความโฆษณา เกสต์โพสต์ หรือข่าวประชาสัมพันธ์ที่ลิงก์ส่งเครดิตอันดับ หรือยัดคีย์เวิร์ดในข้อความลิงก์ ข่าวแจกสื่อที่ทุกลิงก์เป็นคำขายของ
สร้างเนื้อหาคุณค่าต่ำเพื่อปั่นลิงก์และอันดับเป็นหลัก บล็อกหลายเว็บที่เขียนลวกๆ เพื่อลิงก์ไปเว็บเดียว

เว็บหลายเว็บที่ทำไว้เพื่อลิงก์หาเว็บหลัก ที่คนทำ SEO เรียกกันว่า PBN ก็อาจเข้าข่ายข้อสุดท้าย เราเขียนแยกไว้ที่ PBN คืออะไร เสี่ยงแค่ไหน

ข่าวดีคือ Google ไม่ได้ห้ามซื้อลิงก์เพื่อโฆษณา Google เขียนว่าลิงก์แบบนี้ไม่ผิดนโยบาย ตราบใดที่ติดป้าย rel=”nofollow” หรือ rel=”sponsored” ไว้ที่ลิงก์

ป้ายนี้เหมือนคำว่า “โฆษณา” บนป้ายบิลบอร์ดข้างทาง ใครเห็นก็รู้ว่าจ้างมา ไม่ใช่คำชมจากใจ

ลิงก์แปลกๆ ที่เราไม่ได้ทำ อันตรายไหม?

ส่วนใหญ่ไม่อันตราย Google เขียนว่าอัลกอริทึมตรวจจับสแปมได้ดีมาก และในกรณีส่วนใหญ่ Google ค้นพบสแปมแล้วเอาออกจากผลการค้นหาได้เองโดยอัตโนมัติ

เรื่องนี้คนกังวลกันเยอะที่สุดเลย เปิดเครื่องมือเช็กลิงก์แล้วเจอเว็บชื่ออ่านไม่ออกลิงก์มาหาเราเป็นร้อย ใจคอไม่ดีเลยใช่ไหม T_T

ภาพหน้าจอจริงจากหน้าช่วยเหลือรายงานการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ ภาษาไทย กล่องเหตุใดจึงมีการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ มีหมายเลขชี้ประโยคที่บอกว่าอัลกอริทึมตรวจจับสแปมได้เองในกรณีส่วนใหญ่
ภาพหน้าจอจริงจากหน้าช่วยเหลือของ Google ว่าอัลกอริทึมจับสแปมได้เองเป็นส่วนใหญ่

หน้าช่วยเหลือ “รายงานลิงก์” ของ Search Console ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเขียนตรงกันว่า ลิงก์จากเว็บที่รู้กันว่าเป็นสแปม ปกติ Google จะเพิกเฉยอยู่แล้ว

แต่ถ้าอยากลบหรือปฏิเสธลิงก์พวกนี้ก็ทำได้ หน้าเดียวกันยังแนะนำว่า ถ้าเจอเว็บที่ไม่รู้จักและอาจเป็นสแปม ให้ขอให้เขาเอาลิงก์ออก ถ้าไม่ได้ผลจริงๆ ค่อยปฏิเสธลิงก์ เพื่อไม่ให้อันดับเสีย

ตรงนี้ฉบับภาษาไทยใช้คำว่า “ต้อง” ขอให้เอาลิงก์ออก แต่ฉบับภาษาอังกฤษใช้คำว่า might need to แปลว่า “อาจต้อง” เราเลยอ่านว่าเป็นทางเลือก ไม่ใช่คำสั่ง

หน้าช่วยเหลือเรื่อง Disavow ก็บอกว่า Google ทำงานหนักเพื่อให้การกระทำบนเว็บของคนอื่นไม่ส่งผลเสียต่อเว็บเรา

แต่ต้องพูดตรงๆ ด้วยนะ หน้าเดียวกันเขียนว่าในบางกรณี ลิงก์ที่ชี้มาก็มีผลต่อมุมมองของ Google ได้

ตัวอย่างที่ Google ยกคือ เราเองหรือคนทำ SEO ที่เราจ้าง ไปสร้างลิงก์แย่ๆ ด้วยการซื้อลิงก์หรือวิธีอื่นที่ผิดนโยบาย

สรุปง่ายๆ คือ ลิงก์ที่น่าห่วงจริงๆ มักเป็นลิงก์ที่ฝั่งเราทำขึ้นเอง ไม่ใช่ลิงก์ขยะที่ลอยมาเอง

ดูยังไงว่า Backlink ของเราเสี่ยง?

เปิดรายงานลิงก์ใน Google Search Console ดูว่าเว็บไหนลิงก์มาหาเรามากที่สุด และข้อความบนลิงก์คำไหนใช้บ่อยที่สุด แล้วเช็กว่ามีลิงก์ไหนที่เราหรือคนที่เราจ้างทำขึ้นเอง

ยังไม่เคยใช้ Search Console เลย? เริ่มจาก Google Search Console คืออะไร เพิ่มเว็บยังไง ก่อน แล้วค่อยกลับมาทำตามนี้

  1. เปิด Search Console เลือกเว็บของคุณ แล้วไปที่รายงานลิงก์
  2. ดูส่วนลิงก์ภายนอก หัวข้อเว็บไซต์ที่มีการลิงก์สูงสุด ว่ารู้จักเว็บพวกนี้ไหม
  3. ดูหัวข้อข้อความที่มีการลิงก์สูงสุด ว่ามีคำขายของคำเดิมซ้ำเยอะผิดธรรมชาติไหม
  4. ถามคนที่เคยดูแลเว็บ หรือคนที่เคยจ้างทำ SEO ว่าเคยซื้อ แลก หรือยิงลิงก์ให้ไหม
  5. จดลิงก์ที่ตอบว่า “ใช่ ฝั่งเราทำเอง” แยกไว้ ลิงก์กลุ่มนี้คือของที่ต้องจัดการก่อน
เช็กลิสต์ 5 ข้อ สัญญาณ Backlink เสี่ยง เช่น จ่ายเงินหรือแลกของเพื่อได้ลิงก์ ข้อความลิงก์เป็นคีย์เวิร์ดขายของซ้ำ และลิงก์ใน footer ของเว็บอื่นทุกหน้า
สัญญาณ Backlink เสี่ยง 5 ข้อที่ควรเช็ก

เรื่องข้อความบนลิงก์ ดูไม่ยากเลย ปกติคนที่ลิงก์มาหาเราเองจะใช้ชื่อเว็บ ชื่อบทความ หรือคำว่า “ที่นี่” ปนๆ กันไป

สมมติว่าร้านขนมของคุณมีลิงก์เข้ามา 100 ลิงก์ แล้ว 80 ลิงก์ใช้คำว่า “เค้กวันเกิดราคาถูก” เป๊ะๆ เหมือนกันหมด แบบนี้ดูไม่เป็นธรรมชาติแล้วนะ (ตัวเลขสมมติ)

อีกเรื่องที่ควรรู้ รายงานลิงก์แสดงเป็นตัวอย่างของลิงก์ ไม่ได้แสดงครบทุกลิงก์ แต่ก็พอให้เห็นภาพรวมว่าใครลิงก์มาหาเราบ้าง

รู้ได้ยังไงว่าเว็บโดน Google ลงโทษเพราะ Backlink?

ดูที่รายงานการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ใน Google Search Console ถ้าโดนลงโทษเรื่องลิงก์ จะเห็นปัญหาชื่อ “ลิงก์ที่ผิดปกติที่ชี้ไปยังเว็บไซต์ของคุณ” และมีข้อความแจ้งในศูนย์ข้อความด้วย

การดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ (ภาษาอังกฤษเรียก manual action) คือการที่คนของ Google ตรวจแล้วเห็นว่าหน้าเว็บผิดนโยบายสแปม เหมือนครูเดินมาตรวจการบ้านแล้วจับได้ว่าลอกมา

ในหน้าช่วยเหลือ Google อธิบายปัญหานี้ว่า ตรวจพบรูปแบบลิงก์ที่ผิดปกติ แปลกปลอม หลอกลวง หรือมีการควบคุมบงการ ที่ชี้มาหาเว็บเรา

ภาพหน้าจอจริงจากหน้าช่วยเหลือรายงานการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ ภาษาไทย หัวข้อลิงก์ที่ผิดปกติที่ชี้ไปยังเว็บไซต์ของคุณ และคำอธิบายว่าการซื้อลิงก์อาจทำให้บางส่วนหรือทั้งเว็บโดนลงโทษ
ภาพหน้าจอจริงจากหน้าช่วยเหลือของ Google หัวข้อลิงก์ที่ผิดปกติที่ชี้ไปยังเว็บไซต์ของคุณ

Google เขียนว่าเว็บที่โดนการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ บางส่วนหรือทั้งเว็บจะไม่แสดงในผลการค้นหา และปัญหาส่วนใหญ่ทำให้อันดับต่ำลงหรือหายไปจากผลการค้นหา

ถ้าเปิดรายงานแล้วเห็นเครื่องหมายถูกสีเขียว แปลว่าตอนนี้เว็บไม่มีการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ หายใจได้ทั่วท้องเลย

แต่ก็ต้องรู้ไว้ว่า รายงานนี้แสดงเฉพาะการลงโทษโดยคน ส่วนระบบอัตโนมัติของ Google ก็จัดการลิงก์สแปมเหมือนกัน

ตอนออกอัปเดตลิงก์สแปมเมื่อ 14 ธันวาคม 2022 Google บอกว่าลิงก์สแปมจะถูกทำให้ไม่มีผล และเครดิตที่ลิงก์พวกนั้นเคยส่งมาจะหายไป

แปลว่าถ้าเว็บเคยพึ่งลิงก์ที่ซื้อมา อันดับอาจลดลงได้แม้ไม่มีข้อความเตือน แต่ถ้าอันดับตกแล้วเราไม่เคยทำลิงก์เลย ลองหาสาเหตุอื่นก่อนดีกว่า

เจอ Backlink อันตรายแล้ว ต้องทำอะไร?

ถ้าเป็นลิงก์ขยะที่เราไม่ได้ทำ ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำอะไร ถ้าเป็นลิงก์ที่ซื้อหรือแลกมาเอง ให้ตามลบหรือขอให้ติดป้าย nofollow ก่อน และใช้ Disavow เฉพาะเมื่อมีลิงก์สแปมเยอะและโดนหรือน่าจะโดนลงโทษ

สำหรับลิงก์ที่ฝั่งเราทำเอง Google ให้ขั้นตอนไว้ในหน้ารายงานการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ สรุปเป็นภาษาง่ายๆ ได้แบบนี้

  1. อ่านนโยบายสแปมลิงก์ของ Google ให้เข้าใจก่อน
  2. ดาวน์โหลดรายการลิงก์จาก Search Console ถ้าเยอะมาก ให้เริ่มจากเว็บที่ลิงก์มามากที่สุด หรือลิงก์ที่เพิ่งเกิดในช่วงไม่กี่เดือนล่าสุด
  3. ติดต่อเจ้าของเว็บที่ลิงก์มา ขอให้ลบลิงก์ หรือติดป้าย rel=”nofollow” หรือป้ายที่เจาะจงกว่านั้น
  4. ลิงก์ที่ลบไม่ได้จริงๆ ค่อยใช้เครื่องมือปฏิเสธลิงก์ (Disavow) และระวังอย่าปฏิเสธลิงก์ดีที่ได้มาตามธรรมชาติ
  5. ถ้าโดนการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่อยู่ กดขอรับการตรวจสอบ พร้อมอธิบายว่าลบลิงก์ไหนไปแล้ว และลิงก์ไหนลบไม่ได้

Google เตือนไว้ด้วยว่า ถ้า Disavow ทุกลิงก์โดยไม่พยายามลบก่อน คำขอให้ตรวจสอบใหม่อาจถูกปฏิเสธ

หน้าช่วยเหลือเรื่อง Disavow บอกว่าเว็บโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้ ฉบับภาษาอังกฤษยังเตือนเพิ่มว่าเป็นฟีเจอร์ขั้นสูง ใช้ผิดอาจทำให้เว็บแย่ลง

วิธีตัดสินใจและวิธีทำไฟล์ทีละขั้น อ่านต่อได้ที่ โดน Backlink สแปมถล่ม ต้อง Disavow ไหม

ถ้าอยากได้ลิงก์แบบไม่ต้องลุ้น ให้เริ่มจากทำของที่คนอยากอ้างอิง เช่น คู่มือที่ละเอียด หรือข้อมูลที่หาที่อื่นไม่ได้ แล้วค่อยบอกคนที่เกี่ยวข้องให้รู้

งานนอกเว็บอย่างอื่น เช่น Google Business Profile รีวิว หรือการถูกพูดถึง ดูภาพรวมได้ที่ Off-Page SEO คืออะไร และเรื่องลิงก์ทั้งหมดของเว็บนี้รวมอยู่ในหมวด Backlink

ปี 2018 เราเคยยิงลิงก์ที่ footer แล้วอันดับร่วง วันนี้มองยังไง?

บทความเดิมที่ URL นี้ เมื่อปี 2018 เราเล่าว่าลองใส่ลิงก์ที่ footer ของ 3 เว็บแล้วอันดับร่วง พอถอดลิงก์ออก อันดับก็กลับมา วันนี้เรายังเห็นว่าไม่ควรทำ แต่เหตุผลเปลี่ยนไป

เรื่องเต็มๆ คือ ตอนนั้นเราเอาเว็บเก่าที่จดโดเมนทิ้งไว้มาทำต่อ ปรับแค่ On-Page อย่างเดียว คือปรับในหน้าเว็บเอง แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ 3 เดือนจนลืมไปเลย

พอกลับมาเปิดเครื่องมือ SEO ดู ตัวเลขผู้เข้าชมโดยประมาณขึ้นไปเกือบแสน ตกใจมาก แล้วก็เกิดอาการอยากได้อีก 555

เราเลยเอาลิงก์ไปติดที่ footer ของ 3 โดเมน เป็นเว็บที่ค่าในเครื่องมือ SEO สูงแต่ไม่ตรงหมวด ลิงก์เป็นแบบ nofollow ข้อความลิงก์แบ่งเป็น 3 แบบ คือคีย์ตรงตัว ชื่อแบรนด์ และแบรนด์ผสมคีย์

ไม่กี่วันหลังลิงก์ถูกเก็บเข้าระบบ อันดับร่วง ตัวเลขผู้เข้าชมโดยประมาณหายไปกว่าครึ่ง คิดอยู่ 2 วันเลยถอดลิงก์ออก 3 วันหลังถอด อันดับกลับมา แถมขึ้นกว่าเดิม

ตอนนั้นเราสรุปว่า ลิงก์ไม่ตรงหมวดทำอันดับตกได้ และลิงก์ nofollow ก็มีผล วันนี้ขอพูดตรงๆ ว่าข้อสรุปนั้นเชื่อมากไม่ได้

เหตุผลแรก นี่คือเว็บเดียว ทำครั้งเดียว ไม่มีอะไรให้เทียบ อันดับอาจขึ้นลงด้วยสาเหตุอื่นในช่วงเดียวกันก็ได้

เหตุผลที่สอง Google เล่าในประกาศเมื่อ 10 กันยายน 2019 ว่าก่อนหน้านั้น Google ไม่นับลิงก์ nofollow เป็นสัญญาณในการจัดอันดับเลย ลิงก์ nofollow ในปี 2018 จึงไม่น่าใช่ตัวการ

หลังประกาศนั้น Google เปลี่ยนมาใช้ nofollow, sponsored และ ugc เป็น “คำใบ้” ว่าลิงก์ไหนควรนับหรือไม่นับ

แต่บทเรียนที่ยังใช้ได้คือ ลิงก์ footer ที่กระจายไปหลายเว็บ วันนี้อยู่ในตัวอย่างลิงก์สแปมของ Google ชัดๆ ถ้าทำเพื่อปั่นอันดับ ก็เสี่ยงจริง

อีกเรื่องที่เราเห็นเองตอนนั้น คือเว็บนั้นมีแค่หน้าเดียวและมี Backlink น้อย แต่ก็ยังติดอันดับได้ ลองเอาเวลาที่จะไปหาซื้อลิงก์ มาทำหน้าเว็บให้ดีขึ้นอีกนิดดูไหม

คำถามที่พบบ่อย

Backlink อันตรายคืออะไร

Backlink อันตรายคือลิงก์จากเว็บอื่นที่ทำขึ้นเพื่อปั่นอันดับใน Google เช่น ซื้อลิงก์ แลกลิงก์มากเกินไป หรือใช้โปรแกรมยิงลิงก์ Google เรียกลิงก์แบบนี้ว่าลิงก์สแปม

โดนคู่แข่งยิงลิงก์สแปมใส่ เว็บจะพังไหม

ส่วนใหญ่ไม่พัง Google บอกว่าทำงานหนักเพื่อไม่ให้การกระทำบนเว็บของคนอื่นส่งผลเสียต่อเว็บเรา และลิงก์จากเว็บที่รู้กันว่าเป็นสแปม ปกติ Google จะไม่สนใจ

ซื้อ Backlink ผิดไหม

ซื้อลิงก์เพื่อปั่นอันดับเป็นลิงก์สแปมตามนโยบายของ Google แต่ซื้อลิงก์เพื่อโฆษณาไม่ผิด ถ้าติดป้าย rel=”sponsored” หรือ rel=”nofollow” ไว้ที่ลิงก์

รู้ได้ยังไงว่าโดนลงโทษเพราะลิงก์

เปิดรายงานการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ใน Google Search Console ถ้าโดนลงโทษเรื่องลิงก์ จะเห็นปัญหาลิงก์ที่ผิดปกติที่ชี้ไปยังเว็บไซต์ของคุณ และจะมีข้อความแจ้งในศูนย์ข้อความด้วย

ลิงก์ nofollow อันตรายไหม

ลิงก์ nofollow ไม่ผิดนโยบายของ Google และเป็นวิธีที่ Google ยอมรับสำหรับลิงก์โฆษณา ตั้งแต่ปี 2019 Google ใช้ nofollow เป็นคำใบ้ว่าลิงก์ไหนควรนับหรือไม่นับ

แหล่งอ้างอิง

ทีมงาน Rungwat SEO

เขียนโดย

ทีมงาน Rungwat SEO

เราเขียนเรื่อง SEO, AEO และ GEO ให้อ่านง่ายแบบเพื่อนเล่าให้ฟัง ทุกบทความเช็กข้อมูลกับเอกสารทางการของ Google และแหล่งต้นทาง ก่อนลงเว็บ และกลับมาอัปเดตเมื่อข้อมูลเปลี่ยน

รู้จักเราเพิ่มเติม