PBN คืออะไร เสี่ยงแค่ไหน ทำไมเราไม่แนะนำแล้วในปี 2026

เคยได้ยินคนขายแพ็กเกจ Backlink ว่า “ลิงก์จาก PBN แรงๆ ดันอันดับไว” แล้วสงสัยไหมว่ามันคืออะไรกันแน่

PBN คือ Private Blog Network หรือเครือข่ายเว็บส่วนตัว ที่เจ้าของคนเดียวสร้างหลายเว็บไว้ลิงก์ไปหาเว็บหลัก เพื่อดันอันดับใน Google ถึงนโยบายของ Google จะไม่ได้ใช้คำนี้ แต่การทำแบบนี้เข้าข่าย “สแปมลิงก์” ตามนโยบายนั้น

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน

  • PBN คือเครือข่ายเว็บที่สร้างขึ้นมาเพื่อส่งลิงก์ไปให้เว็บหลักเป็นหลัก
  • นโยบายของ Google ไม่ได้ใช้คำว่า PBN แต่นิยามสแปมลิงก์ครอบคลุมการสร้างลิงก์เพื่อควบคุมอันดับ
  • PBN เสี่ยงทั้งลิงก์ไม่มีผล อันดับตก หรือโดนการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่
  • ปี 2018 เราเคยเขียนว่า PBN เสี่ยงโดนลงโทษเฉพาะแบบไม่มีคุณภาพ วันนี้เราไม่แนะนำ PBN แบบไหนเลย
  • ทางที่ปลอดภัยกว่าคือทำเนื้อหาให้คนอยากลิงก์ และติดป้าย sponsored หรือ nofollow ให้ลิงก์ที่จ่ายเงิน

PBN คืออะไร ทำงานยังไง?

PBN คือกลุ่มเว็บหลายเว็บที่มีเจ้าของเดียวกัน แต่ทำให้ดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน แล้วฝังลิงก์ชี้ไปหาเว็บหลักที่อยากติดอันดับ เพื่อให้ Google คิดว่ามีหลายเว็บแนะนำเว็บนั้น

ก่อนไปต่อ ขอเคลียร์ก่อนนิดนึง คำว่า PBN ยังเป็นชื่อระบบนำทางของเครื่องบินด้วย บทความนี้พูดถึง PBN ในความหมายของ SEO เท่านั้นนะ

ลองนึกภาพร้านขนมในตลาด ปกติร้านจะดังเพราะลูกค้าบอกต่อกันเอง

แต่ถ้าเจ้าของร้านแอบตั้งร้านปลอม 10 ร้าน แล้วให้ทุกร้านติดป้ายว่า “ไปกินร้านนั้นสิ อร่อยมาก” นั่นแหละคือวิธีคิดของ PBN (ตัวเลขสมมตินะ)

Backlink ก็คือลิงก์จากเว็บอื่นที่ชี้มาหาเว็บเรา ถ้ายังไม่คุ้น อ่านพื้นฐานที่ Backlink คืออะไร สำคัญยังไง ก่อนก็ได้ครับ

วิธีทำ PBN ที่คนพูดถึงกันบ่อยมีประมาณนี้

  1. ซื้อโดเมนที่หมดอายุแล้ว โดยเลือกตัวที่เคยมีเว็บอื่นลิงก์มาหาเยอะ
  2. ใส่บทความลงไปพอให้ดูเหมือนเว็บที่ยังมีคนดูแล
  3. ฝังลิงก์จากบทความเหล่านั้นไปหาเว็บหลัก หรือเว็บของลูกค้าที่จ่ายเงินมา
  4. ซ่อนไม่ให้ใครรู้ว่าเว็บทั้งหมดเป็นเจ้าของเดียวกัน

จุดที่ต้องสังเกตคือ เว็บในเครือข่ายพวกนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาให้คนอ่าน แต่ทำขึ้นมาเพื่อส่งลิงก์ คำว่า “เพื่อส่งลิงก์” นี่แหละที่ทำให้มันมีปัญหากับ Google

ผังการทำงานของ PBN เว็บในเครือข่าย 4 เว็บที่ใช้โดเมนเก่า ลิงก์ไปหาเว็บหลักที่อยากติดอันดับ พร้อม 3 ขั้นตอน และหมายเหตุว่า Google เรียกการสร้างลิงก์เพื่อควบคุมอันดับว่าสแปมลิงก์
PBN คือหลายเว็บของเจ้าของเดียวกันที่ส่งลิงก์ไปหาเว็บหลัก

Google ห้ามทำ PBN ไหม เอกสารของ Google เขียนไว้ว่าอะไร?

หน้านโยบายสแปมของ Google ไม่มีคำว่า PBN แต่เขียนว่า “สแปมลิงก์คือการสร้างลิงก์ไปยังหรือจากเว็บไซต์โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อควบคุมการจัดอันดับการค้นหา” ซึ่งตรงกับสิ่งที่ PBN ทำ

เราไล่อ่านหน้านโยบายสแปม หน้าช่วยเหลือเรื่องการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ และประกาศอัปเดตเรื่องสแปมของ Google ที่อ้างถึงในบทความนี้แล้ว

ผลคือไม่เจอคำว่า PBN หรือ Private Blog Network เลยสักหน้า

เพราะฉะนั้นถ้าใครบอกว่า “Google ประกาศแบน PBN” ประโยคนี้ไม่ตรงนัก ที่ถูกคือ Google เขียนนโยบายไว้เป็นพฤติกรรม แล้ว PBN ก็เข้าข่ายพฤติกรรมนั้น

ภาพหน้าจอจริงจากหน้านโยบายสแปมของ Google ภาษาไทย หัวข้อสแปมลิงก์ นิยามว่าเป็นการสร้างลิงก์เพื่อควบคุมการจัดอันดับ และตัวอย่างการซื้อหรือขายลิงก์เพื่อการจัดอันดับ
ภาพหน้าจอจริงจากหน้านโยบายสแปมของ Google หัวข้อสแปมลิงก์

ในหน้านโยบายฉบับภาษาไทย ตัวอย่างสแปมลิงก์มีหลายข้อ ข้อแรกที่ใกล้กับ PBN คือ “การซื้อหรือการขายลิงก์เพื่อการจัดอันดับ”

อีกข้อคือ “การสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าต่ำเป็นหลักเพื่อจุดประสงค์ในการแทรกแซงสัญญาณการลิงก์และการจัดอันดับ”

เรื่องโดเมนเก่าก็มีนโยบายแยกไว้ด้วย Google เพิ่มนโยบาย “การละเมิดจากการใช้โดเมนที่หมดอายุ” ตอนประกาศอัปเดตเมื่อ 5 มีนาคม 2024

นโยบายนี้หมายถึงการซื้อโดเมนที่หมดอายุมาใช้ใหม่ เพื่อแทรกแซงอันดับเป็นหลัก โดยใส่เนื้อหาที่แทบไม่มีคุณค่ากับคนอ่าน

ภาพหน้าจอจริงจากหน้านโยบายสแปมของ Google ภาษาไทย หัวข้อการละเมิดจากการใช้โดเมนที่หมดอายุ พร้อมนิยามของนโยบายนี้
ภาพหน้าจอจริง นโยบายเรื่องโดเมนหมดอายุในหน้านโยบายสแปมของ Google
สิ่งที่ PBN มักทำ นโยบายของ Google ที่ใกล้เคียง
ขายลิงก์จากเว็บในเครือข่ายให้ลูกค้า การซื้อหรือการขายลิงก์เพื่อการจัดอันดับ (สแปมลิงก์)
ใส่บทความพอเป็นพิธี เพื่อเอาไว้วางลิงก์ การสร้างเนื้อหาคุณค่าต่ำเพื่อแทรกแซงสัญญาณการลิงก์ (สแปมลิงก์)
ซื้อโดเมนหมดอายุที่มีลิงก์เดิมมาทำเครือข่าย การละเมิดจากการใช้โดเมนที่หมดอายุ
เว็บในเครือข่ายลิงก์ไขว้กันไปมา การแลกเปลี่ยนลิงก์มากเกินไป (สแปมลิงก์)

แล้วการซื้อลิงก์ผิดเสมอไหม คำตอบคือไม่

Google เขียนว่าการซื้อขายลิงก์เพื่อโฆษณาและการเป็นสปอนเซอร์เป็นเรื่องปกติของเว็บ และไม่ผิดนโยบาย ถ้าลิงก์นั้นติดป้าย rel=”nofollow” หรือ rel=”sponsored” ซึ่งบอก Google ว่าไม่ต้องส่งคะแนนอันดับผ่านลิงก์นี้

สองป้ายนี้ใช้ต่างกันนิดหน่อย เราแยกเล่าไว้อีกหน้า

แต่คนซื้อลิงก์ PBN ต้องการให้ลิงก์ช่วยดันอันดับ ถ้าติดป้ายพวกนี้ ก็เท่ากับบอก Google ว่าไม่ต้องเอาลิงก์นั้นไปคิดอันดับ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คนซื้ออยากได้

PBN เสี่ยงแค่ไหน ถ้าโดนจับได้จะเกิดอะไรขึ้น?

PBN เสี่ยง 3 แบบ คือลิงก์อาจถูกทำให้ไม่มีผลจนเงินที่จ่ายไปสูญเปล่า อันดับเว็บอาจตกหรือหายจากผลค้นหา และอาจโดนการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของ Google

Google เขียนในนโยบายสแปมว่า ตรวจหาพฤติกรรมที่ละเมิดนโยบายทั้งด้วยระบบอัตโนมัติ และการตรวจของเจ้าหน้าที่ตามที่จำเป็น

เว็บที่ละเมิดนโยบาย Google เขียนว่าอาจมีอันดับต่ำลง หรือไม่ปรากฏในผลการค้นหาเลย

ฝั่งระบบอัตโนมัติ Google มี SpamBrain ซึ่งเป็นระบบ AI ที่ใช้จับสแปม Google เล่าถึงระบบนี้ตอนออกอัปเดตลิงก์สแปมเมื่อ 14 ธันวาคม 2022

ในประกาศนั้น Google เขียนว่า SpamBrain ตรวจหาได้ทั้งเว็บที่ซื้อลิงก์ และเว็บที่มีไว้ปล่อยลิงก์ออกไป

ประกาศเดียวกันบอกด้วยว่า ลิงก์สแปมจะถูกทำให้ไม่มีผล และเครดิตที่ลิงก์เหล่านั้นเคยส่งมาจะหายไป

คิดตามง่ายๆ นะ สมมติจ่ายค่าลิงก์ PBN ไป 10,000 บาท แล้ว Google ไม่นับลิงก์พวกนั้นเลย เงินก้อนนั้นก็หายไปฟรีๆ ทั้งที่ไม่ได้โดนลงโทษด้วยซ้ำ (ตัวเลขสมมติ) T_T

ฝั่งเจ้าหน้าที่ การดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ (manual action) คือการที่คนของ Google ตรวจแล้วเห็นว่าเว็บไม่ทำตามนโยบายสแปม เหมือนกรรมการจับได้ว่าโกงกติกา

ฝั่งที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ Google บอก ผลที่ตามมา
เว็บที่รับลิงก์จาก PBN ปัญหา “ลิงก์ที่ผิดปกติที่ชี้ไปยังเว็บไซต์ของคุณ” (Unnatural links to your site) บางส่วนหรือทั้งเว็บอาจอันดับตกหรือไม่แสดงในผลค้นหา จนกว่าจะแก้และ Google ยกเลิกการดำเนินการ
เว็บในเครือข่ายที่ขายลิงก์ออกไป ปัญหา “ลิงก์ที่ผิดปกติที่มาจากเว็บไซต์ของคุณ” (Unnatural links from your site) ต้องลบลิงก์หรือติดป้าย nofollow แล้วขอให้ตรวจใหม่
ลิงก์สแปมที่ระบบของ Google ตรวจพบ ลิงก์สแปมจะถูกทำให้ไม่มีผล (ประกาศ ธ.ค. 2022) เครดิตที่เคยได้จากลิงก์หายไป อันดับอาจเปลี่ยน

หน้าช่วยเหลือเรื่องการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ฉบับภาษาไทยเขียนว่า “การซื้อลิงก์หรือมีส่วนร่วมในรูปแบบลิงก์ เพื่อปรับแต่งการจัดอันดับในผลการค้นหาของ Google Search เป็นการละเมิดนโยบายสแปม”

คำว่ารูปแบบลิงก์ในประโยคนี้แปลมาจาก link schemes ในฉบับอังกฤษ หมายถึงแผนสร้างลิงก์เพื่อหลอกอันดับ เรามองว่า PBN ก็คือแผนแบบนี้

PBN แบบมีคุณภาพที่เราเคยเขียนถึงในปี 2018 ยังใช้ได้ไหม?

เราไม่แนะนำ PBN แบบมีคุณภาพแล้ว เพราะนิยามสแปมลิงก์ของ Google ดูที่จุดประสงค์ของลิงก์ ถ้าเว็บถูกสร้างหรือใช้เพื่อส่งลิงก์ควบคุมอันดับเป็นหลัก เนื้อหาจะดีแค่ไหนก็ยังเข้าข่ายสแปมลิงก์

บทความเดิมที่ URL นี้ เราเขียนไว้เมื่อมีนาคม 2018 ตอนนั้นเราแบ่ง PBN เป็น 2 แบบ คือแบบมีคุณภาพที่มีคนอ่านจริง กับแบบไม่มีคุณภาพที่สปินบทความจนอ่านไม่รู้เรื่อง

ตอนนั้นเราก็บอกไว้ว่าทำ PBN มีโอกาสโดนลงโทษ แต่ตอนสรุปเราเขียนว่า PBN ช่วยทำอันดับได้เร็ว ข้อเสียคือต้นทุนสูง และเสี่ยงโดนลงโทษในกรณีที่ไม่มีคุณภาพ

อ่านแล้วเลยเหมือนว่าถ้าทำแบบมีคุณภาพก็พอใช้ได้ใช่ไหม

วันนี้ขอแก้ตรงนี้ให้ชัด คำแนะนำนั้นเปลี่ยนไปแล้ว คุณภาพของบทความไม่ได้ทำให้ PBN หลุดจากนิยามสแปมลิงก์ เพราะ Google ดูว่า “สร้างลิงก์ขึ้นมาเพื่ออะไร”

ถ้าเว็บนั้นมีคนอ่านจริง ให้ประโยชน์จริง และไม่ได้มีไว้ขายลิงก์ มันก็คือเว็บธรรมดาที่ดีเว็บหนึ่ง ไม่ต้องเรียกว่า PBN แล้ว

บทความเดิมยังเขียนว่า ถ้าเอาโดเมนเก่ามาเปลี่ยนเนื้อหาไปเลย เว็บที่เคยลิงก์มาจะค่อยๆ ถอดลิงก์ออก จนต้องหาโดเมนใหม่วนไป

เรื่องโดเมนเก่าถูกถอดลิงก์นี้เป็นความเห็นของเราตอนนั้น ไม่ใช่ข้อมูลจาก Google นะ

ดูยังไงว่าลิงก์ที่คนเสนอขายมาจาก PBN?

ให้ระวังเมื่อคนขายเสนอ “ลิงก์ถาวรจากเว็บแรง” เป็นแพ็กเกจ แต่ไม่ยอมบอกรายชื่อเว็บ และเว็บที่ได้เห็นมีเนื้อหาปนกันหลายเรื่องโดยไม่มีคนอ่านจริง

ข้อสังเกตในหัวข้อนี้เป็นมุมของเรา ไม่ใช่รายการจาก Google เราเข้าใจนะว่าคำโฆษณาพวกนี้ฟังแล้วน่าลอง โดยเฉพาะตอนที่เว็บไม่ขยับสักที

ลองเช็กตามนี้ก่อนจ่ายเงิน ถ้าเจอหลายข้อพร้อมกัน ให้ถอยออกมาก่อน ส่วนลิงก์ที่ชี้มาหาเว็บเราอยู่แล้ว ดูวิธีเช็กได้ใน Backlink แบบไหนอันตราย

  • ขายเป็นจำนวนลิงก์ เช่น 20 ลิงก์ราคาเดียว โดยเน้นว่าเว็บมีค่า DA หรือ DR สูง ซึ่งเป็นคะแนนที่บริษัทเครื่องมือ SEO คิดขึ้นเอง ไม่ใช่คะแนนของ Google เราแยกเล่าไว้อีกหน้า
  • ไม่บอกชื่อเว็บก่อนซื้อ บอกแค่ว่าเป็นเว็บในเครือข่ายของเขาเอง
  • เนื้อหาไม่เข้ากับชื่อโดเมน ชื่อเว็บเหมือนร้านยางรถยนต์ แต่บทความเป็นเรื่องเกม สุขภาพ และคาสิโนปนกัน
  • ทุกบทความมีลิงก์ออก และคำที่ใช้ทำลิงก์เป็นคำค้นเป๊ะๆ ซ้ำกันทุกโพสต์
  • ไม่มีร่องรอยคนอ่าน ไม่มีคอมเมนต์ ไม่มีหน้าติดต่อที่ใช้ได้จริง

สมมติว่าคุณมีร้านเบเกอรี่ แล้วคนขายลิงก์ส่งรายชื่อเว็บมา 20 เว็บ ทุกเว็บโพสต์เรื่องขนมพร้อมลิงก์มาหาร้านคุณ

แต่เว็บพวกนั้นไม่มีใครอ่านเลย แบบนี้น่าสงสัยมาก (ตัวอย่างสมมติ)

เคยใช้ PBN ไปแล้ว ต้องทำยังไง?

ให้หยุดซื้อลิงก์ก่อน แล้วเปิดรายงานการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ใน Google Search Console ถ้ามีปัญหาเรื่องลิงก์ ให้ลบลิงก์ ใช้ Disavow (บอก Google ว่าไม่ขอให้นับลิงก์นั้น) กับส่วนที่ลบไม่ได้ แล้วขอให้ตรวจใหม่

ไม่ต้องตกใจจนนอนไม่หลับนะ หลายคนซื้อเพราะไม่รู้ว่ามันเสี่ยง สิ่งสำคัญคือแก้ให้ถูกขั้นตอน

  1. หยุดซื้อหรือต่ออายุแพ็กเกจลิงก์ทุกแบบที่ไม่ได้ติดป้าย sponsored หรือ nofollow
  2. เปิดรายงานการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ใน Search Console ดูว่ามีปัญหาเรื่องลิงก์ที่ชี้มาหาเว็บไหม
  3. ส่งออกรายการลิงก์จากรายงานลิงก์ แล้วแยกลิงก์ที่มาจากเครือข่ายที่ซื้อมา
  4. ติดต่อคนขายหรือเจ้าของเว็บ ขอให้ลบลิงก์ หรือใส่ rel=”nofollow”
  5. ถ้าโดนการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ และลบลิงก์ไม่ได้ ค่อยใช้เครื่องมือ Disavow กับลิงก์ที่เหลือ
  6. กดขอรับการตรวจสอบ พร้อมเล่าว่าลบอะไรไปแล้ว และอะไรที่ลบไม่ได้

ถ้ายังไม่เคยเปิด Search Console เลย เริ่มจาก Google Search Console คืออะไร เพิ่มเว็บยังไง ก่อน แล้วค่อยกลับมาทำตามขั้นตอนนี้

เรื่อง Disavow มีรายละเอียดเยอะ และใช้ผิดแล้วเว็บแย่ลงได้ เราเขียนแยกไว้ที่ Disavow คืออะไร ต้องใช้ไหม

Google เตือนไว้ในหน้าช่วยเหลือด้วยว่า อย่า Disavow ลิงก์ที่ได้มาตามธรรมชาติ เพราะเท่ากับตัดลิงก์ดีของเราทิ้งเอง

ไม่ใช้ PBN แล้วจะได้ Backlink จากไหน?

ทางที่ปลอดภัยกว่าคือทำเนื้อหาที่คนอยากอ้างถึง ให้คนรู้จักเว็บผ่านการบอกต่อและชุมชน และถ้าจ่ายเงินเพื่อลิงก์ ให้ติดป้าย rel=”sponsored” หรือ rel=”nofollow” ตามนโยบายของ Google

คู่มือ SEO เบื้องต้นของ Google เขียนว่า การที่เว็บอื่นลิงก์มาหาเราเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเองตามเวลา และเราช่วยให้คนเจอเนื้อหาได้ด้วยการโปรโมตเว็บ

คู่มือเดียวกันบอกว่า การบอกต่อแบบปากต่อปากเป็นวิธีที่ได้ผลและอยู่ได้นาน แต่ก็เตือนว่าโปรโมตมากเกินไปก็ทำร้ายเว็บได้เหมือนกัน

ภาพเทียบ PBN ที่ได้ลิงก์เร็วแต่เข้าข่ายสแปมลิงก์ กับทางที่ปลอดภัยกว่า 4 ข้อ ทำเนื้อหาที่คนอยากอ้างถึง บอกต่อและชุมชน ร่วมงานจริง และติดป้าย sponsored หรือ nofollow ให้ลิงก์ที่จ่ายเงิน
ทางได้ลิงก์ที่ปลอดภัยกว่า PBN

ตัวอย่างที่ร้านเล็กทำได้จริง เช่น เขียนคู่มือที่คนในวงการอยากแชร์ ร่วมงานกับร้านหรือชุมชนที่เกี่ยวข้อง หรือมีข่าวจริงของร้านให้สื่อเขียนถึง

อีกเรื่องที่ควรรู้ คู่มือ SEO เบื้องต้นของ Google ยังเขียนว่า Google มีสัญญาณจัดอันดับหลายตัว และ PageRank ซึ่งใช้ลิงก์ เป็นแค่หนึ่งในนั้น

พูดง่ายๆ คือ ลิงก์ไม่ใช่ทุกอย่างของการติดอันดับ

ภาพรวมเรื่องการทำ SEO นอกเว็บ เราสรุปไว้ที่ Off-Page SEO คืออะไร ส่วนวิธีหาลิงก์ทีละขั้นแบบไม่ต้องกลัวโดนลงโทษ เราแยกเขียนไว้อีกหน้า

วิธีนี้อาจช้ากว่า PBN แต่ไม่ต้องคอยลุ้นทุกครั้งที่ Google ออกอัปเดต และไม่ต้องจ่ายค่าลิงก์ที่อาจไม่มีผลอะไรเลย 555

ลองเริ่มจากเขียนบทความดีๆ ที่ตอบคำถามลูกค้าสักเรื่องดูก่อนนะ

คำถามที่พบบ่อย

PBN คืออะไร

PBN ย่อมาจาก Private Blog Network คือเครือข่ายเว็บหลายเว็บของเจ้าของเดียวกัน ที่สร้างขึ้นมาเพื่อลิงก์ไปหาเว็บหลักให้ติดอันดับใน Google

PBN ผิดกฎ Google ไหม

หน้านโยบายสแปมของ Google ไม่ได้ใช้คำว่า PBN แต่ถือว่าการสร้างลิงก์เพื่อควบคุมอันดับเป็นสแปมลิงก์ ซึ่งตรงกับสิ่งที่ PBN ทำ เว็บที่ละเมิดอาจอันดับตกหรือไม่ปรากฏในผลค้นหา

PBN แบบมีคุณภาพ ปลอดภัยไหม

ไม่ปลอดภัย นโยบายของ Google ดูที่จุดประสงค์ของลิงก์ ถ้าเว็บถูกใช้เพื่อส่งลิงก์ควบคุมอันดับเป็นหลัก เนื้อหาจะดีแค่ไหนก็ยังเข้าข่ายสแปมลิงก์

ซื้อโดเมนหมดอายุมาทำเว็บ ผิดไหม

ไม่ผิดถ้าทำเว็บใหม่ที่มีเนื้อหาของตัวเองเพื่อคนอ่าน Google บอกว่าใช้โดเมนเก่ากับเว็บใหม่แบบนั้นได้ แต่ถ้าซื้อมาเพื่อแทรกแซงอันดับด้วยเนื้อหาคุณค่าต่ำ จะเข้าข่ายการละเมิดจากการใช้โดเมนที่หมดอายุ

เคยซื้อลิงก์ PBN ต้อง Disavow เลยไหม

ไม่ต้องรีบ ให้หยุดซื้อและพยายามลบลิงก์ก่อน แล้วดูรายงานการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ใน Search Console ใช้ Disavow เมื่อลิงก์สแปมทำให้โดนหรือน่าจะทำให้โดนการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ และลบลิงก์ไม่ได้แล้วเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง

ทีมงาน Rungwat SEO

เขียนโดย

ทีมงาน Rungwat SEO

เราเขียนเรื่อง SEO, AEO และ GEO ให้อ่านง่ายแบบเพื่อนเล่าให้ฟัง ทุกบทความเช็กข้อมูลกับเอกสารทางการของ Google และแหล่งต้นทาง ก่อนลงเว็บ และกลับมาอัปเดตเมื่อข้อมูลเปลี่ยน

รู้จักเราเพิ่มเติม